รีวิว Ray Gunn: แอนิเมชันไซไฟนัวร์งานภาพหรู แต่เล่าเรื่องยืดและยังไม่ลึกพอ
Ray Gunn คือโปรเจกต์ที่ Brad Bird ใช้เวลาพัฒนามายาวนานหลายสิบปี และผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือแอนิเมชันไซไฟผสมฟิล์มนัวร์ที่มีเอกลักษณ์ชัด ทั้งด้านงานออกแบบโลก ตัวละคร และบรรยากาศแบบย้อนยุค-อนาคตที่ทำออกมาได้…

Ray Gunn คือโปรเจกต์ที่ Brad Bird ใช้เวลาพัฒนามายาวนานหลายสิบปี และผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือแอนิเมชันไซไฟผสมฟิล์มนัวร์ที่มีเอกลักษณ์ชัด ทั้งด้านงานออกแบบโลก ตัวละคร และบรรยากาศแบบย้อนยุค-อนาคตที่ทำออกมาได้ประณีตมาก หนังเตรียมเข้าฉายในโรงบางแห่งวันที่ 4 ธันวาคม ก่อนลง Netflix วันที่ 18 ธันวาคม หลังเปิดตัวรอบปฐมทัศน์ที่ London Film Festival เมื่อ 10 ตุลาคม
เรื่องราวเกิดขึ้นในมหานครอนาคตชื่อ Metropia โดยมี Ray Gunn นักสืบเอกชนเสียงโดย Sam Rockwell และคู่หูต่างดาวตาเดียว Eye-Ra ที่พากย์โดย Tom Waits รับหน้าที่สืบคดีเกี่ยวกับป๊อปสตาร์ระดับโลก Venus Nova ของ Scarlett Johansson ก่อนที่เรื่องจะพาไปสู่คดีฆาตกรรม การทุจริต และเงื่อนงำอื่น ๆ หนังเลือกเดินโทนจริงจังกว่าที่หลายคนคุ้นจากงานของ Bird สมัยทำ Pixar แม้จะยังมีมุกและช่วงชวนขำแบบแอนิเมชันให้เห็นอยู่บ้าง
จุดเด่นสำคัญของหนังอยู่ที่การใช้โลกต่างดาวเป็นอุปมาเรื่องการแบ่งแยกและความหวาดระแวงต่อคนต่างกลุ่มในสังคม โดยชนเผ่าต่างดาวต้องรับภาระงานหนักและถูกจำกัดสิทธิ์ในพื้นที่ของมนุษย์ หลายฉากสะท้อนประเด็นเหยียดเชื้อชาติและการกีดกันได้ค่อนข้างฉลาด และหนังยังพยายามแตะเรื่องศีลธรรมและโครงสร้างสังคมผ่านคดีสืบสวน แม้ผู้วิจารณ์มองว่ายังมีพื้นที่ให้ขยายประเด็นเหล่านี้ได้ลึกกว่านี้อีกมาก
อย่างไรก็ตาม โครงเรื่องในช่วงกลางค่อนข้างยืดและเดินตามสูตรหนังสืบสวนมากเกินไป จนการหักมุมหลายจุดเดาได้ไม่ยาก นอกจากนี้หนังยังโยนประเด็นเกี่ยวกับอุตสาหกรรมบันเทิง เทคโนโลยี และธรรมชาติของมนุษย์เข้ามาในช่วงท้าย แต่ก็ยังแตะเพียงผิวเผิน ไม่ได้พัฒนาเป็นข้อถกเถียงที่หนักแน่นเท่าที่วัตถุดิบเอื้อ
ด้านงานสร้าง Ray Gunn ได้คะแนนสูงมากในแง่ภาพและเสียง ทั้งสถาปัตยกรรม เสื้อผ้า ยานพาหนะ และอุปกรณ์ล้ำยุคที่ถูกออกแบบมาอย่างมีรสนิยม ดนตรีประกอบของ Michael Giacchino ก็ช่วยดันอารมณ์นัวร์คลาสสิกให้เด่นชัด โดยเฉพาะในฉากบทสนทนาและฉากโรแมนติก งานเสียงและภาพรวมของโปรดักชันถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดที่ดีที่สุดของเรื่อง และยิ่งน่าเสียดายที่คนดูส่วนใหญ่จะได้สัมผัสผ่านสตรีมมิงมากกว่าหน้าจอใหญ่
ฝั่งนักพากย์ก็ทำได้แข็งแรงทั่วหน้า Sam Rockwell นำทีมด้วยคาแรกเตอร์นักสืบที่ขี้เล่นแต่ยังมีความหวังในตัวเอง ส่วน Tom Waits เติมความห่อเหี่ยวและประชดประชันให้กับคู่หูได้พอดี Matt Berry ให้พลังแบบผู้มีรสนิยมแต่ไม่น่าไว้วางใจ ขณะที่นักพากย์สมทบอย่าง Bobby Cannavale, Alan Tudyk, Michelle Rodriguez และ Kether Donohue ต่างมีจังหวะของตัวเองให้จดจำได้ ส่วน Scarlett Johansson ไม่เพียงพากย์บทหญิงลึกลับได้มีเสน่ห์ แต่ยังโชว์ทักษะการร้องเพลงได้เกินคาดอีกด้วย
โดยรวมแล้ว Ray Gunn ถูกมองว่าเป็นแอนิเมชันไซไฟนัวร์ที่มีความทะเยอทะยานสูง งานภาพโดดเด่น และมีความคิดทางสังคมที่น่าสนใจ แต่ถูกฉุดด้วยความยาวและบทที่ยังไม่คมพอ จึงเป็นหนังที่น่าชมสำหรับคนชอบงานสไตล์จัดจ้านและโลกอนาคตแบบวินเทจ มากกว่าจะเป็นผลงานที่สมบูรณ์แบบในเชิงการเล่าเรื่อง


