Apple แรงขึ้นในจีน ขณะยอดส่งสมาร์ตโฟนไตรมาส 3 ร่วงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี
รายงานล่าสุดชี้ว่าตลาดสมาร์ตโฟนในจีนยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง โดยยอดจัดส่งในไตรมาส 3 ลดลงราว 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน และทำระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี สะท้อนภาพอุปสงค์ที่อ่อนแรงในตลาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง…

รายงานล่าสุดชี้ว่าตลาดสมาร์ตโฟนในจีนยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง โดยยอดจัดส่งในไตรมาส 3 ลดลงราว 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน และทำระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี สะท้อนภาพอุปสงค์ที่อ่อนแรงในตลาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากทั้งภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่ฉุดตลาดครั้งนี้คือราคาเมมโมรีที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสมาร์ตโฟนสูงขึ้น ผู้ผลิตจึงเผชิญแรงบีบทั้งด้านกำไรและการตั้งราคาขาย ขณะที่ผู้บริโภคบางส่วนอาจชะลอการเปลี่ยนเครื่องใหม่เพราะราคาปรับขึ้นตามต้นทุน ทำให้ยอดขายในภาพรวมอ่อนแรงลง
ท่ามกลางภาวะตลาดที่หดตัว Apple กลับมีทิศทางที่ดีกว่าคู่แข่งบางราย โดยรายงานระบุว่าแบรนด์จากสหรัฐฯ สามารถขยับส่วนแบ่งและ “เก็บแต้ม” ในจีนได้มากขึ้น สะท้อนว่ากลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์และฐานลูกค้าระดับพรีเมียมยังช่วยประคองยอดขายได้ แม้ตลาดโดยรวมจะชะลอตัว
ภาพรวมดังกล่าวชี้ให้เห็นความเหลื่อมกันระหว่างตลาดสมาร์ตโฟนในจีนกับสถานะของ Apple ในประเทศนี้ ซึ่งยังเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญต่อรายได้ของบริษัท การที่ Apple ทำผลงานได้ดีกว่าตลาดรวมอาจช่วยพยุงผลประกอบการในช่วงที่อุตสาหกรรมเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและความต้องการที่อ่อนลง
สำหรับอุตสาหกรรมในวงกว้าง แนวโน้มนี้อาจทำให้ผู้ผลิตต้องทบทวนการตั้งราคา ฟีเจอร์ และกลยุทธ์กระตุ้นการอัปเกรดเครื่องใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกันยังสะท้อนว่าแรงกดดันจากต้นทุนชิ้นส่วน โดยเฉพาะหน่วยความจำ กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลทั้งต่อปริมาณส่งมอบและการแข่งขันในตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลก

