ยอดขาย iPhone 18 Pro ในสหรัฐฯ ลดลง แต่จีนหนุนให้ยอดขายโลกโต 3.1%
รายงานล่าสุดของ Counterpoint Research ที่อ้างถึงข้อมูลยอดขาย iPhone 18 Pro ในช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังวางจำหน่าย ชี้ให้เห็นภาพที่แตกต่างกันระหว่างตลาดสหรัฐฯ กับตลาดโลก โดยยอดขายในสหรัฐฯ ลดลง 4% เมื่อเทียบ…

รายงานล่าสุดของ Counterpoint Research ที่อ้างถึงข้อมูลยอดขาย iPhone 18 Pro ในช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังวางจำหน่าย ชี้ให้เห็นภาพที่แตกต่างกันระหว่างตลาดสหรัฐฯ กับตลาดโลก โดยยอดขายในสหรัฐฯ ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเปิดตัวรุ่นก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายรวมทั่วโลกยังขยายตัวได้ 3.1% เพราะแรงซื้อจากจีนช่วยชดเชยการชะลอตัวในบางตลาดอื่น
ประเด็นสำคัญของรายงานคือ แม้สหรัฐฯ จะเป็นตลาดหลักของ Apple แต่ความต้องการในประเทศเริ่มไม่สดใสเท่าเดิมเมื่อเทียบกับรอบก่อนหน้า สะท้อนว่าการเติบโตในตลาดพรีเมียมอาจเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวมากขึ้น หรือผู้บริโภคบางส่วนชะลอการอัปเกรดเครื่องใหม่ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขในภาพรวมยังไม่ถึงกับชี้ว่ารุ่นใหม่นี้ล้มเหลว เพราะตลาดต่างประเทศบางแห่งยังช่วยพยุงยอดได้ดี
จีนถูกระบุว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในรอบนี้ รายงานมองว่าความต้องการของผู้บริโภคจีนต่อ iPhone รุ่นโปรยังอยู่ในระดับแข็งแรง และมีส่วนสำคัญต่อการดันยอดขายรวมของ Apple ให้เป็นบวกในช่วงต้นของรอบผลิตภัณฑ์ใหม่ แม้บรรยากาศการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนจีนจะรุนแรงมากก็ตาม
ในมุมของ Apple ตัวเลขนี้สะท้อนว่าบริษัทต้องพึ่งพาตลาดจีนมากขึ้นในการรักษาโมเมนตัมของไอโฟนรุ่นเรือธง ขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับแรงกดดันในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งมักเป็นตัวชี้วัดความแรงของดีมานด์ช่วงเปิดตัว หากแนวโน้มยอดขายในสหรัฐฯ อ่อนตัวต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลต่อภาพรวมของการเติบโตในไตรมาสถัดไป
รายงานดังกล่าวยังตอกย้ำว่าการประเมินความสำเร็จของ iPhone รุ่นใหม่ไม่ควรมองเฉพาะตัวเลขตลาดเดียว แต่ต้องดูโครงสร้างยอดขายตามภูมิภาคประกอบ เพราะตลาดแต่ละแห่งตอบสนองต่อราคา ฟีเจอร์ และการแข่งขันต่างกันมาก สำหรับ iPhone 18 Pro อย่างน้อยในช่วงต้น ยอดขายทั่วโลกยังอยู่ในโซนบวก แม้สหรัฐฯ จะลดลงก็ตาม
โดยสรุป ข้อมูลจาก Counterpoint ชี้ว่าการเปิดตัว iPhone 18 Pro ในรอบนี้มีภาพผสมระหว่างตลาดที่ชะลอตัวกับตลาดที่ยังเติบโต และจีนคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ยอดขายโลกยังขยายตัวได้ต่อเนื่องในช่วงสามสัปดาห์แรกของการวางจำหน่าย

