รายงานชี้แผ่นเกม PS5 และ Xbox Series X จำนวนมากยังต้องดาวน์โหลดก่อนเล่น
รายงานจาก Does it Play ซึ่งทดสอบว่าเกมเวอร์ชันแผ่นสามารถเล่นได้แบบออฟไลน์หรือไม่ สะท้อนว่าตลาดเกมคอนโซลยุคใหม่กำลังพึ่งพาการดาวน์โหลดมากขึ้น แม้ผู้เล่นจะซื้อแผ่นจริงก็ตาม โดยเฉพาะบน PlayStation 5 และ…

รายงานจาก Does it Play ซึ่งทดสอบว่าเกมเวอร์ชันแผ่นสามารถเล่นได้แบบออฟไลน์หรือไม่ สะท้อนว่าตลาดเกมคอนโซลยุคใหม่กำลังพึ่งพาการดาวน์โหลดมากขึ้น แม้ผู้เล่นจะซื้อแผ่นจริงก็ตาม โดยเฉพาะบน PlayStation 5 และ Xbox Series X ที่มีสัดส่วนเกมจำนวนไม่น้อยซึ่งไม่สามารถเล่นได้ครบถ้วนทันทีจากแผ่นเพียงอย่างเดียว
จากข้อมูลที่รวบรวมไว้ PS5 มีเกมที่ผ่านเกณฑ์เล่นได้โดยไม่ต้องดาวน์โหลดราว 66% ของตัวอย่างทั้งหมด แต่ยังมีอีก 17% ที่เล่นจบได้แต่มีบั๊กหรือเนื้อหาขาดหาย และอีก 17% ที่ต้องดาวน์โหลดไฟล์เพิ่มเติมก่อนจึงจะเล่นได้ตามที่ควรจะเป็น ขณะที่ Xbox Series X แย่กว่านั้น โดยมีเพียง 50% ที่เล่นได้สมบูรณ์จากแผ่น อีก 12% อยู่ในกลุ่มที่ยังพอจบได้แต่มีปัญหา และสูงถึง 68% ที่ต้องพึ่งไฟล์ดาวน์โหลดเพื่อใช้งาน
บทความระบุว่าตัวเลขเหล่านี้ควรอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะจำนวนเกมที่ใช้สำรวจของแต่ละแพลตฟอร์มไม่เท่ากัน โดย PS5 มีฐานข้อมูลตัวอย่างมากถึง 792 เกม แต่ Xbox Series X มีเพียง 78 เกม อย่างไรก็ตาม แนวโน้มโดยรวมก็ยังชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือแผ่นเกมไม่ได้รับประกันว่าจะเป็นสื่อที่เล่นได้ครบถ้วนแบบไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตเหมือนในอดีต
เมื่อเทียบกับคอนโซลรุ่นใหม่ทั้งสอง Nintendo Switch 2 ดูจะทำได้ดีกว่าในแง่ความเป็นมิตรต่อการเล่นออฟไลน์ โดยมีเกมที่เล่นจบได้และเนื้อหาครบประมาณ 75% จากตัวอย่าง 48 เกม แม้จำนวนตัวอย่างจะยังน้อยก็ตาม สิ่งนี้ตอกย้ำว่าคุณภาพของแผ่นหรือสื่อจำหน่ายจริงในยุคปัจจุบันขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้จัดจำหน่ายและการออกแบบตัวเกมมากพอ ๆ กับตัวฮาร์ดแวร์
ประเด็นที่น่ากังวลคือการพึ่งพาการดาวน์โหลดทำให้ผู้เล่นที่มีโควตาอินเทอร์เน็ตจำกัดเสียเปรียบ เพราะต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากเพื่อให้เกมแผ่นเล่นได้จริง นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องของการเล่น เมื่อเซิร์ฟเวอร์ล่มหรือปิดบริการ ผู้เล่นอาจไม่สามารถดาวน์โหลดไฟล์สำคัญได้ตามเดิม
อีกมุมหนึ่งที่สำคัญคือเรื่องการอนุรักษ์เกมในระยะยาว หากเกมจำนวนมากต้องอาศัยไฟล์จากออนไลน์จึงจะใช้งานได้ครบ สมรรถนะในการเก็บรักษาและรันเกมในอนาคตจะยากขึ้นมากเมื่อบริการต่าง ๆ ถูกปิดลง บทความจึงมองว่าสถานการณ์นี้เป็นสัญญาณว่าแผ่นเกมกำลังค่อย ๆ กลายเป็นสื่อที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์มากกว่าการเป็นหลักประกันว่าผู้ซื้อจะได้ครอบครองเกมแบบสมบูรณ์
ในภาพรวม ข่าวนี้สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมเกมที่ค่อย ๆ ลดความสำคัญของสื่อกายภาพลง ไม่ใช่แค่ในฝั่งพีซีที่หันไปสู่การดาวน์โหลดมานานแล้ว แต่รวมถึงคอนโซลด้วย ซึ่งอาจทำให้ผู้เล่นที่ยึดติดกับแผ่นจริงและนักอนุรักษ์เกมต้องรับมือกับข้อจำกัดใหม่ ๆ มากขึ้นในอนาคต


