ยอดขายสมาร์ตโฟนสหรัฐฯ ไตรมาส 2/2026 ลด 5% หลังต้นทุนชิ้นส่วนดันราคาแพงขึ้น
รายงานใหม่จาก Counterpoint Research ระบุว่ายอดขายสมาร์ตโฟนในสหรัฐฯ ช่วงไตรมาส 2 ปี 2026 ลดลง 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนแรงกดดันจากราคาสมาร์ตโฟนที่ยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยสาเหตุสำคัญมาจาก…

รายงานใหม่จาก Counterpoint Research ระบุว่ายอดขายสมาร์ตโฟนในสหรัฐฯ ช่วงไตรมาส 2 ปี 2026 ลดลง 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนแรงกดดันจากราคาสมาร์ตโฟนที่ยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยสาเหตุสำคัญมาจากต้นทุนหน่วยความจำและชิ้นส่วนอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องปรับราคาสูงขึ้นหรือรับภาระต้นทุนที่หนักกว่าเดิม
รายงานชี้ว่ากลุ่มตลาดระดับล่างได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะผู้ซื้อในกลุ่มนี้อ่อนไหวต่อราคาเป็นพิเศษ เมื่อราคาขายขยับขึ้น ยอดจำหน่ายจึงชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ผู้ผลิตรายเล็กซึ่งมีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์น้อยกว่า ต้องเผชิญแรงบีบจากต้นทุนมากกว่าค่ายใหญ่ ทำให้การแข่งขันในเซ็กเมนต์ราคาประหยัดยิ่งยากขึ้น
ในทางกลับกัน แบรนด์ขนาดใหญ่สามารถรับมือได้ดีกว่า เนื่องจากมีความยืดหยุ่นด้านซัพพลายเชนและฐานลูกค้าที่กว้างกว่า จึงสามารถดูดซับต้นทุนบางส่วนหรือกระจายภาระไปยังสินค้ารุ่นอื่น ๆ ได้มากกว่า รายงานจึงสะท้อนภาพตลาดที่กำลังถูกบีบทั้งจากต้นทุนการผลิตและความสามารถในการจ่ายของผู้บริโภค
ภาพรวมของสถานการณ์นี้บ่งชี้ว่าตลาดสมาร์ตโฟนสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ช่วงที่การเติบโตถูกจำกัดมากขึ้น แม้ความต้องการเครื่องรุ่นใหม่ยังมีอยู่ แต่ราคาที่สูงขึ้นอาจทำให้ผู้บริโภคลังเลนานขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มรุ่นเริ่มต้นและรุ่นราคาประหยัด ซึ่งมักเป็นแรงขับสำคัญของยอดขายในวงกว้าง

