RFK Jr. หนุน AI เป็น “ทางเลือก” เหนือแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
ในการงาน Make America Healthy Again เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขสหรัฐฯ ซึ่งมีจุดยืนต่อต้านวัคซีน ได้หันหัวข้อสนทนากับรองประธานาธิบดี JD Vance ไปสู่เรื่อง…

ในการงาน Make America Healthy Again เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขสหรัฐฯ ซึ่งมีจุดยืนต่อต้านวัคซีน ได้หันหัวข้อสนทนากับรองประธานาธิบดี JD Vance ไปสู่เรื่องปัญญาประดิษฐ์อย่างน่าประหลาดใจ โดยเขาพูดถึงศักยภาพของ AI ในการเปลี่ยนวิธีที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์และตั้งคำถามต่อคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
เคนเนดีอ้างว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังทำให้ชาวอเมริกันทุกคนเข้าถึง AI ได้ง่ายขึ้น และสิ่งนี้จะช่วยปลดปล่อยผู้คนจากสิ่งที่เขาเรียกว่า “medical tyranny” หรือการครอบงำของแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เขาเสนอว่าประชาชนควรใช้ AI เป็นเหมือนการขอความเห็นที่สองเมื่อได้รับคำแนะนำทางการแพทย์ และยังกล่าวในทำนองว่า AI มีความรู้มากกว่าแพทย์ทุกคนในประเทศ
คำพูดดังกล่าวสะท้อนท่าทีที่เคนเนดีพยายามใช้เทคโนโลยีมาสนับสนุนมุมมองนอกกระแสของตนเอง โดยเฉพาะประเด็นวัคซีนและแนวทางสาธารณสุขที่ขัดแย้งกับฉันทามติของวงการแพทย์ แม้เขาจะนำเสนอ AI ในฐานะเครื่องมือเพิ่มอำนาจให้ประชาชน แต่แก่นของข้อความคือการลดความน่าเชื่อถือของผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานสาธารณสุข
บทสนทนาดังกล่าวยังน่าสนใจเพราะ Vance ดูเหมือนจะคาดว่าจะคุยเรื่องสุขภาพแบบเดิม ไม่ใช่ AI แสดงให้เห็นว่า AI กำลังกลายเป็นหัวข้อที่ถูกดึงไปเชื่อมกับการเมือง นโยบายสุขภาพ และความเชื่อส่วนบุคคลมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยีเชิงผลิตภัณฑ์หรือประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้มีนัยสำคัญต่อสังคมและนโยบายสาธารณะ เพราะการผลักดันให้ประชาชนพึ่ง AI เพื่อตัดสินใจทางการแพทย์อาจเพิ่มความเสี่ยงหากข้อมูลที่ได้ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือถูกใช้เพื่อยืนยันความเชื่อเดิมมากกว่าจะช่วยให้เข้าใจข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ บทความต้นทางจึงวางคำพูดของเคนเนดีไว้ในบริบทที่ชี้ให้เห็นความขัดแย้งระหว่างการอ้างอำนาจของเทคโนโลยีกับความจำเป็นของความรู้เชิงผู้เชี่ยวชาญ

