เกมแพลตฟอร์มสุดโหดชวนเคลียร์ใน 2 ชั่วโมง เพื่อขอคืนเงินจาก Steam
“Refund This Game” เป็นเกมแพลตฟอร์ม 3 มิติแนวโหดที่หยิบกิมมิกเรื่อง “เล่นให้จบภายใน 2 ชั่วโมง” มาใช้เป็นจุดขายหลัก โดยผู้เล่นมีเป้าหมายคือไต่ขึ้นไปถึงยอดเขาให้ทันเวลาที่กำหนด เพื่อให้สามารถยื่นขอคืน…

“Refund This Game” เป็นเกมแพลตฟอร์ม 3 มิติแนวโหดที่หยิบกิมมิกเรื่อง “เล่นให้จบภายใน 2 ชั่วโมง” มาใช้เป็นจุดขายหลัก โดยผู้เล่นมีเป้าหมายคือไต่ขึ้นไปถึงยอดเขาให้ทันเวลาที่กำหนด เพื่อให้สามารถยื่นขอคืนเงินจาก Steam ได้ตามนโยบายคืนเงินมาตรฐานของแพลตฟอร์ม แนวคิดนี้ทำให้ตัวเกมกลายเป็นทั้งความท้าทายแบบ rage game และแคมเปญการตลาดในตัวเองไปพร้อมกัน
เกมถูกออกแบบให้ได้รับแรงบันดาลใจจากงานสายทรมานอารมณ์อย่าง Getting Over It หรือ Baby Steps ผู้เล่นต้องใช้เสาในการเกี่ยวกำแพง ดัดทิศทาง แล้วเหวี่ยงตัวไปข้างหน้าอย่างแม่นยำ การพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ร่วงลงไปไกลมาก จุดเด่นอีกอย่างคือมีเพียงหนึ่งจุดเซฟที่ผู้เล่นสามารถวางเองได้ ทำให้การตัดสินใจแต่ละครั้งมีความหมายมากขึ้น และเพิ่มแรงกดดันในการทำสปีดรันให้ทันเส้นตาย
แม้เกมจะตั้งใจล้อเลียนหรือใช้ประโยชน์จากระบบคืนเงินของ Steam แต่ก็สะท้อนประเด็นที่วงการเกมอินดี้ถกเถียงกันมานานเกี่ยวกับนโยบายคืนเงิน 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะสำหรับเกมสั้นหรือผลงานจากทีมเล็ก ๆ ที่อาจเสียรายได้จำนวนมากเมื่อผู้เล่นเล่นจบแล้วขอเงินคืน ขณะที่เกมฟอร์มยักษ์มักแทบไม่ได้รับผลกระทบในแบบเดียวกัน
บทความชี้ว่ามีการพูดถึงปัญหานี้อีกครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม จากกรณีของเกมอินดี้แนวเรืออย่าง Paddle Paddle Paddle ที่มีผู้เล่นบางส่วนรีวิวเชิงบวก แต่ก็ยื่นขอคืนเงินหลังจากเล่นจบ ทำให้ผู้พัฒนาตั้งคำถามกับ Valve ว่านโยบายปัจจุบันอาจเปิดช่องให้เกิดการใช้ระบบในทางที่ไม่เหมาะสมได้ แม้ในเงื่อนไขของ Steam จะระบุว่าการขอคืนเงินไม่ควรถูกใช้เป็นวิธีเอาเกมฟรี และอาจมีบทลงโทษหากมีการใช้สิทธิ์ในทางผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมองว่ายังไม่ค่อยเห็นสัญญาณว่าระบบนี้ถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดในทางปฏิบัติ ส่งผลให้นโยบายของ Steam ยังคงเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคโดยรวม แต่ก็อาจต้องปรับให้ละเอียดขึ้นเพื่อรองรับเกมที่ใช้เวลาจบสั้นเป็นพิเศษ
สำหรับ “Refund This Game” เกมเพิ่งเปิดตัวเมื่อ 12 ตุลาคม และเริ่มได้รับเรตติ้ง “Positive” บน Steam แม้จำนวนรีวิวยังไม่มากนัก กระแสตอบรับเบื้องต้นชี้ว่าแนวคิดนี้ดึงดูดความสนใจได้ดี ทั้งในแง่ความท้าทายและความขำขันเชิงเสียดสีต่อระบบคืนเงินของ Steam ขณะเดียวกันก็มีผู้เล่นบางส่วนเตือนว่าหากสนุกกับเกมและราคาสมเหตุสมผล ก็ควรสนับสนุนผู้พัฒนาแทนการขอเงินคืน


