ซีอีโอ Saber โต้เดือดนักเขียนที่อ้างว่าถูกไล่ออกเพราะ AI
เกิดดราม่าระหว่างนักเขียนเกม Stella Sacco กับ Saber Interactive ผู้จัดจำหน่ายเกมขับรถซิมชื่อ Rideshare Stimulator หลัง Sacco ออกมาโพสต์ว่าเธอเคยเป็นหัวหน้าทีมเขียนบทของเกมนี้ แต่ถูกปลดออกไปเพื่อให้…

เกิดดราม่าระหว่างนักเขียนเกม Stella Sacco กับ Saber Interactive ผู้จัดจำหน่ายเกมขับรถซิมชื่อ Rideshare Stimulator หลัง Sacco ออกมาโพสต์ว่าเธอเคยเป็นหัวหน้าทีมเขียนบทของเกมนี้ แต่ถูกปลดออกไปเพื่อให้ ChatGPT เข้ามาแทน ก่อนที่ Saber จะออกมาปฏิเสธบางส่วนของเรื่อง โดยยืนยันว่าทีมใช้ generative AI ในการพัฒนาเกมจริง แต่เนื้อเรื่องหลักถูกเขียนโดยคนทั้งหมด และยังไม่ได้ระบุการใช้ AI บนหน้า Steam อย่างเป็นทางการ
Sacco ระบุว่าเธอยอมรับได้ว่าทิศทางของโปรเจกต์อาจเปลี่ยนไปหลังจากเธอถูกถอดออกในปี 2023 แต่ยังยืนยันว่าเธอจำเหตุการณ์ได้ตามจริง ขณะที่กรณีนี้น่าจะจบลงแค่การโต้แย้งเรื่องข้อเท็จจริงกลับยิ่งบานปลาย เมื่อ Matt Karch ซีอีโอของ Saber ส่งถ้อยแถลงที่มีทั้งการปฏิเสธและโจมตีกลับอย่างรุนแรงผ่าน This Week in Video Games
ในถ้อยแถลงดังกล่าว Karch อ้างว่า Sacco ละเมิดข้อตกลงปกปิดข้อมูลด้วยการพูดเรื่อง AI ก่อนถึงเวลาที่ควรเปิดเผย แต่ในเวลาเดียวกันก็กล่าวว่าเรื่องราวทั้งหมดยังเป็นผลงานของนักเขียนที่เป็นมนุษย์ โดยเขาระบุว่าบททั้งฉบับจะเป็นของคนที่ขึ้นไปรับรางวัลได้จริง หากเกมมีสิทธิ์ชนะรางวัล นอกจากนี้เขายังพูดเชิงดูแคลน Sacco ว่าเป็นคนที่ถูกแทนที่ด้วยคนที่มีความสามารถกว่า และถึงขั้นบอกว่าในมุมมองย้อนกลับ เขายินดีจะใช้ AI มาแทนเธอ เพราะ AI ถูกมองว่า “ซื่อสัตย์” กว่า
คำพูดของ Karch ถูกมองว่าแปลกและเป็นการตอบโต้แบบก้าวร้าว เพราะเขาทั้งยืนยันว่าไม่รู้จัก Sacco มาก่อน แต่กลับอ้างว่าไปถาม Claude chatbot เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับเธอ ขณะเดียวกันก็พยายามชี้ว่า Saber ใช้ AI เพียงบางส่วนของเกม และมองว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคเพราะตัวเกมเป็นผลงานราคาย่อมเยา ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่แค่ความขัดแย้งส่วนตัว แต่ยังสะท้อนความอ่อนไหวของวงการเกมต่อการใช้ AI ในงานสร้างสรรค์ โดยเฉพาะเมื่อยังไม่ประกาศให้ชัดเจนว่าใช้ AI ในส่วนใดบ้าง
ฝั่ง Sacco ตอบโต้ผ่าน Bluesky โดยย้ำว่าเธอพูดความจริงทั้งหมด และมองว่าถ้อยแถลงของซีอีโอสะท้อนชัดว่าเขาไม่ต้องการให้สาธารณชนรู้เรื่องการใช้ AI ในเกม เธอยังวิจารณ์ว่าคำพูดของ Karch ทำร้ายภาพลักษณ์ของบริษัทมากกว่าที่จะกระทบเธอเอง เพราะอาจทำให้คนจำนวนมากรู้จักแบรนด์ Saber จากกระแสด้านลบครั้งนี้ก่อนเรื่องอื่นใด เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความขัดแย้งเรื่อง AI ในเกมที่ลามจากประเด็นกระบวนการผลิตไปสู่ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของค่ายเกมโดยตรง


