ซีอีโอ Saber ขอโทษนักเขียนก่อนพาดพิง Chet Faliszek กลางดราม่า AI เกม Rideshare Stimulator
ประเด็นดราม่าเกี่ยวกับการใช้ AI ในเกม Rideshare Stimulator ของ Saber Interactive ใกล้จะคลี่คลายลง หลังจากสเตลลา ซาคโค นักเขียนที่เคยทำงานกับโปรเจกต์นี้ เปิดเผยว่าแมตธิว คาร์ช ซีอีโอของ Saber ได้ส่ง…

ประเด็นดราม่าเกี่ยวกับการใช้ AI ในเกม Rideshare Stimulator ของ Saber Interactive ใกล้จะคลี่คลายลง หลังจากสเตลลา ซาคโค นักเขียนที่เคยทำงานกับโปรเจกต์นี้ เปิดเผยว่าแมตธิว คาร์ช ซีอีโอของ Saber ได้ส่งข้อความส่วนตัวมาขอโทษต่อถ้อยคำที่เขาใช้พูดถึงเธอต่อสื่อ โดยเฉพาะคำพูดที่ลดทอนความสามารถและสถานะการทำงานของเธอในกระบวนการพัฒนาเกม
ก่อนหน้านี้ Saber เคยยอมรับว่ามีการใช้เครื่องมือ AI ในการพัฒนาเกมดังกล่าว แต่ปฏิเสธว่ามีการแทนที่นักเขียนด้วย AI แบบยกชุด ขณะที่คาร์ชให้สัมภาษณ์ต่อสื่อจนกลายเป็นประเด็นวิจารณ์หนัก เพราะมีทั้งการพูดในเชิงดูถูกซาคโคและการยอมรับเชิงหยอกล้อว่าหากย้อนเวลาได้เขา “คงยอมแทนที่เธอด้วย AI” ซึ่งยิ่งทำให้ภาพลักษณ์บริษัทเสียหายและจุดกระแสถกเถียงเรื่องบทบาทของ AI ในอุตสาหกรรมเกม
ซาคโคระบุว่าตนรับคำขอโทษนั้นไว้ และแม้เธอยังคงไม่เห็นด้วยกับจุดยืนของคาร์ชเรื่องการใช้ AI ในงานสร้างสรรค์ แต่ก็เห็นว่าการขอโทษโดยตรงเป็นสิ่งที่ควรให้คุณค่า เพราะคำขอโทษที่จริงใจหาได้ยากในยุคปัจจุบัน อย่างไรก็ดี เรื่องราวไม่ได้จบเพียงเท่านั้น เมื่อคาร์ชโพสต์ข้อความต่อบน LinkedIn สะท้อนมุมมองของตัวเองว่า ความขัดแย้งควรถูกแก้ระหว่างคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงมากกว่าการขยายผ่านสื่อหรือโซเชียล
ในโพสต์เดียวกัน คาร์ชยังแสดงท่าทียืนยันจุดยืนเดิมว่าเขายังสนับสนุนการนำ generative AI มาใช้ในเกม แต่เขากลับพาดพิงเชต ฟาลิซเซ็ก นักเขียนและอดีตผู้สร้างเนื้อหาให้ Portal และ Left 4 Dead โดยเรียกเขาว่าเป็น “นักเขียนที่ไม่ประสบความสำเร็จ” และโยงไปถึงวิดีโอวิจารณ์ยาวราว 26 นาทีที่ฟาลิซเซ็กเผยแพร่ก่อนหน้านี้ ซึ่งโจมตีคาร์ชอย่างหนักและเสนอว่าพฤติกรรมของเขาสะท้อนลักษณะการบริหารที่กดดันพนักงาน
ฝั่ง PC Gamer ชี้ว่าแม้คำวิจารณ์ของฟาลิซเซ็กจะมีลักษณะหยาบและเป็นการเย้ยหยันคาร์ชอย่างชัดเจน แต่ประเด็นสำคัญของเขาคือการชี้ว่าคำพูดของซีอีโอ Saber ต่อสื่อได้เปลี่ยนเรื่องที่ควรเป็นเพียงการจัดการภายในและการสื่อสารของบริษัท ให้กลายเป็นวิกฤตประชาสัมพันธ์ที่หลีกเลี่ยงได้ และคาร์ชเองก็เคยยอมรับในโพสต์เดียวกันว่าบางทีเขาไม่น่าพูดอะไรเองตั้งแต่แรกและควรปล่อยให้ทีมสื่อสารเป็นผู้รับมือ
อย่างไรก็ดี การที่คาร์ชเลือกตอบโต้กลับด้วยการพาดพิงฟาลิซเซ็ก ทำให้สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง และขยายดราม่าออกจากประเด็นการใช้ AI ในการพัฒนาเกมไปสู่ศึกโต้กันระหว่างผู้บริหารค่ายเกมกับนักเขียนระดับตำนานของวงการ ซึ่งสะท้อนชัดว่าความขัดแย้งในอุตสาหกรรมเกมยุคนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องเทคโนโลยี แต่ยังเกี่ยวข้องกับวิธีสื่อสาร ภาพลักษณ์ และการรับผิดชอบต่อคำพูดของคนในตำแหน่งบริหารด้วย


