รายได้ Tesla โต แต่ต้นทุนพุ่ง กำไรถูกบีบเหลือ 1.4%
Tesla รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีนี้ โดยภาพรวมยอดขายและรายได้ยังเติบโตต่อเนื่อง แต่กำไรกลับถูกกดดันอย่างหนักจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จนมาร์จิ้นกำไรที่เคยอยู่ในระดับสูงลดลงเหลือเพียง 1.4%…

Tesla รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีนี้ โดยภาพรวมยอดขายและรายได้ยังเติบโตต่อเนื่อง แต่กำไรกลับถูกกดดันอย่างหนักจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จนมาร์จิ้นกำไรที่เคยอยู่ในระดับสูงลดลงเหลือเพียง 1.4% สะท้อนว่าการเติบโตของยอดขายในรอบนี้ยังไม่เพียงพอที่จะดันความสามารถทำกำไรกลับไปสู่ระดับเดิมได้
ในเชิงรายได้ ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ทำเงินได้ 20.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อน ขณะที่รายได้จากเครดิตกำกับดูแลยานยนต์เหลือเพียง 146 ล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยกว่าช่วงก่อนมากและไม่ได้เป็นตัวช่วยหลักในการทำกำไรเหมือนในหลายไตรมาสที่ผ่านมา อีกทั้งเครดิตเหล่านี้ยังถูกยกเลิกในสหรัฐฯ ในปี 2025 ตามนโยบายที่ Elon Musk สนับสนุน
ธุรกิจพลังงานและระบบกักเก็บพลังงานก็ขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีรายได้ 3.1 พันล้านดอลลาร์ โต 13% เมื่อเทียบรายปี แม้จะเป็นการเติบโตที่มั่นคง แต่แหล่งรายได้ที่ขยายเร็วที่สุดกลับเป็นธุรกิจบริการ ซึ่งรายได้พุ่งขึ้นเป็น 4.6 พันล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
ส่วนหนึ่งของแรงหนุนในธุรกิจบริการมาจากการเปลี่ยน FSD ระบบช่วยขับกึ่งอัตโนมัติที่ถูกวิจารณ์อย่างมาก จากการขายแบบจ่ายครั้งเดียวมาเป็นระบบสมัครสมาชิกแบบรายเดือน ทำให้ Tesla รับรู้รายได้ต่อเนื่องมากขึ้น วิธีทำรายได้นี้ยังเชื่อมโยงกับแพ็กเกจค่าตอบแทนมหาศาลของ Musk ซึ่งสะท้อนบทบาทของ FSD ต่อกลยุทธ์รายได้ของบริษัท
แม้ตัวเลขรายได้โดยรวมจะออกมาดี แต่ข่าวนี้ชี้ให้เห็นว่า Tesla กำลังเผชิญภาวะที่รายได้โตไม่ทันภาระต้นทุนและการใช้จ่าย โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทเร่งลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ผลลัพธ์คือภาพลักษณ์ของ Tesla ในฐานะบริษัทที่เคยมีอัตรากำไรโดดเด่นเริ่มเปลี่ยนไป และนักลงทุนอาจต้องจับตาว่าบริษัทจะรักษาการเติบโตพร้อมฟื้นความสามารถทำกำไรได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป


