Sam Altman ชี้แจงคำพูดเรื่อง DRAM หลังโดนวิจารณ์ว่าบิดบริบท
ซีอีโอ OpenAI บอกว่าต้องการให้การผลิตหน่วยความจำเพิ่มขึ้น และไม่เคยตั้งใจสื่อว่าไม่อยากให้คนมี RAM ในเครื่องของตัวเอง หลังคำพูดในพอดแคสต์ถูกวิจารณ์หนักจากสายเกมและคนใช้พีซี

Sam Altman ซีอีโอ OpenAI ออกมาชี้แจงหลังถูกวิจารณ์จากคำพูดในพอดแคสต์ที่บอกว่าเป็นเรื่อง “terrible” หากผู้คนเก็บ DRAM จำนวนมากไว้ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ทั้งที่ใช้งานจริงเพียงเล็กน้อย โดยคำพูดดังกล่าวถูกมองว่าพาดพิงผู้ใช้พีซีและนักเล่นเกมโดยตรง ในบริบทที่อุตสาหกรรม AI กำลังกดดันอุปทานหน่วยความจำอยู่แล้ว
ตามรายงานของ PC Gamer Altman ระบุบน X ว่าคำพูดของเขา “taken out of context” และย้ำว่าเขาต้องการให้โลกมี memory จำนวนมาก พร้อมบอกว่าอยากให้คน “put as much as they want in their computers” เขายังกล่าวอีกว่าเขาผลักดันให้การผลิตหน่วยความจำเพิ่มขึ้นมานานแล้ว
ประเด็นนี้เริ่มจากคำอธิบายของ Altman ในพอดแคสต์ ซึ่งเขาพูดถึงมุมมองด้านการจัดสรรทรัพยากรระดับโลก โดยชี้ว่าการเอา DRAM ที่มีอยู่จำกัดไปเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของแต่ละคน ทั้งที่ถูกใช้แค่ช่วงสั้น ๆ นั้นไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนัก เขากำลังพูดถึงการรันโมเดล AI บนเครื่องตัวเอง เทียบกับการใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่สามารถดึงการใช้งาน RAM ได้เต็มกว่าในสภาพแวดล้อมที่ซัพพลายตึงตัว
ถึงแม้จะมีคำชี้แจง แต่แรงตีกลับยังเชื่อมกับความไม่พอใจที่กว้างกว่าในหมู่คนเล่นเกมและผู้ซื้อพีซี เพราะราคาฮาร์ดแวร์ใหม่ถูกดันขึ้นจากความต้องการของ AI จนเกิดกระแสที่เรียกกันว่า RAMpocalypse ผู้เขียนชี้ว่าปัญหานี้ไม่ได้กระทบเฉพาะพีซีระดับไฮเอนด์ แต่ลามไปถึงฮาร์ดแวร์ฝั่งคอนโซลด้วย ขณะเดียวกัน ความกังวลอีกด้านคือบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ต้องการผลักผู้ใช้จากฮาร์ดแวร์ในเครื่องไปสู่ cloud computing มากขึ้น
บทความยังโยงไปถึงอนาคตของ generative AI และเกม โดยมองว่าหาก AI แบบนี้ถูกส่งมอบผ่านคลาวด์เป็นหลัก และเกมเองก็เริ่มใส่ generative AI มากขึ้น ก็มีแนวโน้มที่ผู้เล่นจะถูกผลักไปพึ่งพา cloud computing มากกว่าเดิม ทั้งนี้ Bryan Catanzaro ผู้บุกเบิก DLSS ของ Nvidia เคยแสดงความเห็นในทำนองเดียวกันบนเวที GDC ว่าโมเดล AI ประเภท world models น่าจะไม่ถูกรันโลคัล เพราะ AI มีประสิทธิภาพมากกว่าในคลาวด์


