รีวิว Samsung S90H: OLED ระดับเรือธงที่เด่นเรื่องเกม แต่ตั้งค่าเริ่มต้นยังจูนเกินไป
Samsung S90H คือทีวี OLED รุ่นที่ยังคงยืนอยู่บนสูตรสำเร็จเดิมของซีรีส์ S90 ที่ IGN มองว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับคนที่อยากได้ภาพระดับเรือธง โดยเฉพาะสายเกม แม้จะต้องยอมสละการรองรับ…

Samsung S90H คือทีวี OLED รุ่นที่ยังคงยืนอยู่บนสูตรสำเร็จเดิมของซีรีส์ S90 ที่ IGN มองว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับคนที่อยากได้ภาพระดับเรือธง โดยเฉพาะสายเกม แม้จะต้องยอมสละการรองรับ Dolby Vision ก็ตาม รุ่นปีนี้ไม่ได้พลิกแนวทาง แต่เพิ่มความสว่างของพาเนล ปรับงานภาพให้ละเมียดขึ้น และดึงรีเฟรชเรต 165Hz จากรุ่นท็อป S95F มาใช้ ทำให้ยังเป็นทีวีอเนกประสงค์ที่น่าจับตา อย่างไรก็ดี จุดที่เป็นข้อกังวลหลักคือราคา โดยรุ่น 55 นิ้วที่ทดสอบมีราคาสูงถึง 1,699 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่หนักในช่วงที่ผู้บริโภคต้องคิดให้รอบคอบมากขึ้น
ในด้านการติดตั้งและดีไซน์ S90H ได้คะแนนดีมากจากความง่ายในการประกอบ ขาตั้งเสียบเข้าที่ได้เลยโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ และการตั้งค่าเริ่มต้นผ่านแอป SmartThings ก็ช่วยลดความยุ่งยากได้มาก ทั้งการเชื่อม Wi‑Fi ลงชื่อเข้าใช้บริการของ Samsung และเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ทำได้แทบทั้งหมดจากสมาร์ตโฟน ตัวเครื่องยังบางและเบาพอสมควรเมื่อเทียบกับทีวีขนาด 55 นิ้ว ทำให้ย้ายหรือจัดวางได้ไม่ลำบาก ดีไซน์โดยรวมเรียบหรู ขอบจอบาง และมีผิวจอแบบด้านช่วยลดแสงสะท้อนได้ดี แม้จะยังมีจุดเล็ก ๆ เรื่องการเก็บสายที่ทำได้ไม่สมบูรณ์นัก
หัวใจของทีวีรุ่นนี้คือชิป NQ4 AI Gen3 Processor ที่ขับระบบ Tizen ให้ลื่นไหล การเปลี่ยนอินพุต เปิดแอป หรือใช้งานเมนูต่าง ๆ ทำได้รวดเร็วกว่าเดิม และ Samsung ก็ปรับหน้าตา Tizen ให้สะอาดขึ้นด้วยโฮมสกรีนแบบใหม่ที่จัดการแอป อินพุต และตั้งค่าต่าง ๆ เป็นระเบียบมากขึ้น แม้ยังต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยอยู่บ้าง แต่โดยรวมใช้งานง่ายกว่า Tizen รุ่นก่อน ๆ จุดที่ผู้รีวิวไม่ชอบนักคือฟีเจอร์เสริมอย่าง Daily Board และ Ambient ที่แสดงข้อมูลต่าง ๆ เมื่อเดินผ่านหน้าจอ ซึ่งอาจรู้สึกเกินจำเป็นสำหรับบางคน
ผลทดสอบภาพสะท้อนว่า S90H มีศักยภาพของพาเนลที่ยอดเยี่ยมจริง ทั้งคอนทราสต์ สี และความสว่าง แต่ค่าโรงงานยังเป็นปัญหาใหญ่ หากใช้โหมด Eco หรือ Standard ตามค่าตั้งต้น ภาพที่ได้จะดูสว่างจัดและค่อนข้างถูกปรับแต่งหนักเกินไป โดยเฉพาะอุณหภูมิสีที่ไหลไปทางฟ้าเมื่อเพิ่มความสว่าง ทำให้ภาพดูเย็นกว่ามาตรฐานและเสียความเป็นธรรมชาติของโทนผิว นอกจากนี้ Samsung ยังปรับแกมมาให้ดึงรายละเอียดในเงาและโทนกลางขึ้นมาเยอะ ทำให้ฉากมืดดูสว่างกว่าที่ผู้สร้างตั้งใจ ซึ่งช่วยในห้องสว่างแต่แลกกับการสูญเสียมิติและบรรยากาศที่ควรเป็นจุดเด่นของ OLED
รีวิวระบุด้วยว่าโหมดมาตรฐานยังเปิดการปรับภาพหลายอย่างไว้เป็นค่าเริ่มต้น ทั้ง motion smoothing การเพิ่มความคมชัด และฟีเจอร์ AI ต่าง ๆ ซึ่งผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่เข้าไปปิดเองทันที จึงเสี่ยงทำให้ประสบการณ์ครั้งแรกไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม เมื่อปรับเข้าสู่โหมดที่เหมาะสมกว่า เช่น Filmmaker Mode ภาพจะสะอาดและสมจริงขึ้นมาก และข้อเสียของการปรับภาพเกินพอดีจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างคอนเทนต์อย่าง Ghost in the Shell 4K ยังคงดูดีมาก แต่โหมดมาตรฐานทำให้สีฟ้าและแสงนีออนดูจัดและเย็นเกินไปเล็กน้อย
โดยสรุป IGN มองว่า Samsung S90H เป็น OLED ที่ “เก่งมากในเกือบทุกด้าน” โดยเฉพาะสำหรับการเล่นเกมและการใช้งานรอบด้าน เพราะได้ทั้งพาเนลคุณภาพสูง รีเฟรชเรต 165Hz พอร์ต HDMI 2.1 ครบ และซอฟต์แวร์ที่ตอบสนองไว จุดที่ต้องชั่งใจคือราคาที่สูงและการจูนภาพจากโรงงานที่ค่อนข้างดุดันเกินจำเป็น หากผู้ซื้อพร้อมปรับตั้งค่าเองหลังแกะกล่อง S90H ก็ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกพรีเมียมที่น่าแนะนำมากที่สุดของ Samsung ในปีนี้


