EA เตรียมถูกซาอุดีอาระเบียซื้อกิจการเสร็จสัปดาห์หน้า
Electronic Arts (EA) เตรียมปิดดีลถูกซื้อกิจการโดยกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของซาอุดีอาระเบียในสัปดาห์หน้า หลังมีเอกสารยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐฯ ยืนยันว่าหน่วยงานกำกับดูแลที่จำเป็นทั้งหมด…

Electronic Arts (EA) เตรียมปิดดีลถูกซื้อกิจการโดยกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของซาอุดีอาระเบียในสัปดาห์หน้า หลังมีเอกสารยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐฯ ยืนยันว่าหน่วยงานกำกับดูแลที่จำเป็นทั้งหมดอนุมัติครบแล้ว และคาดว่าธุรกรรมจะเสร็จสิ้นราววันที่ 4 สิงหาคม 2026
ดีลนี้มีมูลค่า 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะทำให้ EA กลายเป็นบริษัทเอกชนภายใต้การถือครองของ Public Investment Fund (PIF) ซึ่งเป็นกองทุนที่มี Mohammed bin Salman มกุฎราชกุมารซาอุฯ และผู้มีอำนาจสูงสุดทางพฤตินัยของประเทศเป็นผู้กำกับดูแล โดยผู้เขียนชี้ว่าโอกาสที่หน่วยงานกำกับดูแลจะขัดขวางดีลมีน้อยมาก เพราะลักษณะของธุรกรรมเป็นการเปลี่ยนเจ้าของบริษัท ไม่ใช่การควบรวมผู้ผลิตเกมรายใหญ่เข้าด้วยกันแบบที่อาจกระทบการแข่งขันในตลาดโดยตรง
แม้จะไม่ถูกมองว่าเป็นประเด็นผูกขาดรุนแรง แต่การเข้าซื้อครั้งนี้ยังมีความเสี่ยงด้านทิศทางธุรกิจและวัฒนธรรมองค์กร เพราะเมื่อ EA กลายเป็นบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์แล้ว การตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับเจ้าของใหม่มากขึ้น ผู้เขียนเตือนว่าบริษัทอาจถูกบีบให้ลดต้นทุนอย่างหนักเพื่อรับภาระหนี้จำนวนมากจากการกู้เงินมาปิดดีล ซึ่งสะท้อนความเป็นไปได้ที่ EA จะมุ่งเน้นเฉพาะแฟรนไชส์ที่ทำเงินแน่นอนเป็นหลัก
EA ต้องแบกรับหนี้ประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากโครงสร้างการเงินของดีล ซึ่งถือเป็น leveraged buyout ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ สถานการณ์ลักษณะนี้มักนำไปสู่การปรับโครงสร้างองค์กร ตัดโครงการเสี่ยง และลดการลงทุนในผลงานที่ไม่ใช่ตัวทำเงินหลัก โดยในกรณีของ EA เกมที่น่าจะถูกให้ความสำคัญต่อไปคือ Battlefield และ EA FC มากกว่ากลุ่มเกมหรือคอนเทนต์ที่ต้องพึ่งความหลากหลายทางสร้างสรรค์
บทความยังสะท้อนแรงต้านจากบางส่วนในชุมชนเกม โดยยกตัวอย่างครีเอเตอร์ The Sims 4 ที่ถอนตัวจากเครือข่ายครีเอเตอร์ของ EA ตั้งแต่ปี 2025 เพราะไม่เห็นด้วยกับค่านิยมของผู้ซื้อกิจการ รวมถึงความกังวลว่าประเด็นเกี่ยวกับ LGBTQ+ สิทธิสตรี และเนื้อหาทางการเมืองอาจถูกลดความสำคัญลงเมื่อบริษัทอยู่ภายใต้อิทธิพลของซาอุดีอาระเบีย
ในภาพรวม ผู้เขียนมองว่าดีลนี้แทบไม่มีอุปสรรคจริงจังในเชิงกำกับดูแล และได้รับแรงหนุนจากเครือข่ายอำนาจทางการเมืองและการเงินที่เชื่อมโยงกับฝ่ายผู้ซื้อ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อ EA และความหลากหลายของเกมที่บริษัทจะผลิตต่อไปยังเป็นคำถามสำคัญหลังการเปลี่ยนมือครั้งประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นจริง


