MIT ชี้องค์กรต้องยกเครื่องข้อมูลให้พร้อม ก่อนสเกลเอเจนต์ AI ได้จริง
รายงานเชิงอินไซต์ของ MIT Technology Review ชี้ว่าองค์กรธุรกิจจำนวนมากเริ่มนำเอเจนต์ AI มาใช้อย่างจริงจังแล้ว แต่การจะให้เทคโนโลยีนี้สร้างผลตอบแทนตามที่คาดหวังได้ ยังติดคอขวดสำคัญอยู่ที่โครงสร้างข้อมูล…

รายงานเชิงอินไซต์ของ MIT Technology Review ชี้ว่าองค์กรธุรกิจจำนวนมากเริ่มนำเอเจนต์ AI มาใช้อย่างจริงจังแล้ว แต่การจะให้เทคโนโลยีนี้สร้างผลตอบแทนตามที่คาดหวังได้ ยังติดคอขวดสำคัญอยู่ที่โครงสร้างข้อมูลและระบบเดิมที่ไม่พร้อมรองรับการทำงานแบบใหม่
รายงานมองว่าเอเจนต์ AI ต่างจากแชตบอตทั่วไปตรงที่ไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่ต้อง “ลงมือทำ” และตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ จึงต้องเข้าถึงข้อมูลทั้งแบบมีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้างจากหลายส่วนขององค์กร พร้อมบริบททางธุรกิจที่ครบถ้วน รวมถึงเชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการหลักอย่างซัพพลายเชน ระบบขายหน้าร้าน และทรัพยากรบุคคลได้อย่างราบรื่น แต่ระบบข้อมูลแบบเดิมจำนวนมากกลับยังทำสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ดีพอ
ผลสำรวจผู้บริหารสายข้อมูลและเทคโนโลยี 300 คนพบว่า โดยเฉลี่ยเอเจนต์ AI เข้าถึงข้อมูลขององค์กรได้เพียง 45% เท่านั้น และในกลุ่มที่จัดว่าเป็นองค์กรล้าหลังด้านข้อมูล ตัวเลขยิ่งต่ำลงไปอีก เหลือราว 30% หรือต่ำกว่า ตรงกันข้าม กลุ่มผู้นำด้านข้อมูลสามารถเปิดทางให้เอเจนต์เข้าถึงข้อมูลได้มากกว่า 70% ซึ่งสัมพันธ์กับความสำเร็จของการใช้งานเอเจนต์ที่สูงกว่าอย่างชัดเจน
รายงานยังสะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อการตัดสินใจของเอเจนต์ AI ขึ้นอยู่กับความพร้อมของข้อมูลด้วย ปัจจุบันมีเพียงประมาณครึ่งหนึ่งขององค์กรที่มั่นใจว่าผลลัพธ์การตัดสินใจของเอเจนต์แม่นยำและเกี่ยวข้องกับงานจริง แต่ในกลุ่มผู้นำด้านข้อมูล ทุกองค์กรที่ตอบแบบสำรวจระบุว่ามีความเชื่อมั่นในคำตัดสินของเอเจนต์ ซึ่งชี้ว่า “ความน่าเชื่อถือของ AI” เริ่มจาก “ความน่าเชื่อถือของข้อมูล” เป็นสำคัญ
อีกประเด็นหนึ่งคือการขยายการใช้งานให้ได้เร็วและกว้างขึ้น องค์กรที่ยังพึ่งพาระบบเดิมมากรายงานว่าระบบข้อมูลจำกัดความสามารถของเอเจนต์ทั้งในแง่การขยายสเกลและความเร็วในการตัดสินใจ ขณะที่กลุ่มผู้นำแทบไม่เจอปัญหานี้แล้ว เพราะได้ปรับโครงสร้างข้อมูลและการเชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการไปก่อนหน้า
รายงานยังระบุว่าภายในสองปีข้างหน้า ทุกองค์กรที่สำรวจมีแผนจะใช้งานเอเจนต์ AI และเกือบเจ็ดในสิบคาดว่าจะใช้ในวงกว้าง ดังนั้นความพร้อมของสถาปัตยกรรมข้อมูลจึงกลายเป็นเรื่องเร่งด่วน หากไม่แก้ปัญหาคอขวดด้านข้อมูล เอเจนต์ AI อาจไม่สามารถส่งมอบความเร็ว ประสิทธิภาพ และการตัดสินใจอัตโนมัติอย่างที่ถูกคาดหวังไว้
โดยสรุป สิ่งที่องค์กรควรเร่งทำไม่ใช่เพียงซื้อเครื่องมือเอเจนต์ AI เพิ่ม แต่ต้องลงทุนกับการเข้าถึงข้อมูล การกำกับดูแลข้อมูลและ AI ให้มีบริบททางธุรกิจ และการทำให้ระบบจัดการข้อมูลทำงานอัตโนมัติมากขึ้น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เชื่อถือได้พอสำหรับการขยายการใช้งานเอเจนต์ AI ในระดับองค์กร


