นักวิทยาศาสตร์ไขปริศนาเหตุปั่นป่วนจากอวกาศในยุค 1840s
งานวิจัยใหม่ช่วยคลี่คลายข้อถกเถียงเกี่ยวกับบันทึกเหตุการณ์สภาพอวกาศรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1840s ซึ่งถูกมองมานานว่าอาจเป็นหลักฐานเก่าแก่ที่สุดของผลกระทบจากพายุแม่เหล็กโลกต่อเทคโนโลยี…

งานวิจัยใหม่ช่วยคลี่คลายข้อถกเถียงเกี่ยวกับบันทึกเหตุการณ์สภาพอวกาศรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1840s ซึ่งถูกมองมานานว่าอาจเป็นหลักฐานเก่าแก่ที่สุดของผลกระทบจากพายุแม่เหล็กโลกต่อเทคโนโลยี ก่อนหน้านี้มีการพบรายงานนิรนามตีพิมพ์ในวารสาร Nature ปี 1871 ที่กล่าวถึงการรบกวนอย่างรุนแรงต่อการเดินรถไฟในเมืองเอ็กซิเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนตุลาคม 1841 จนทำให้นักวิชาการบางส่วนเชื่อว่าอาจเป็นตัวอย่างแรกสุดที่สังคมมนุษย์ประสบผลจาก “space weather” ต่อระบบคมนาคม
แต่บทความใหม่ในวารสาร Space Weather ชี้ว่า ปี 1841 น่าจะเป็นการพิมพ์ผิด และเหตุการณ์รถไฟถูกรบกวนจริงน่าจะเกิดขึ้นในช่วงหลายปีถัดมา มากกว่าจะเป็นหลักฐานจากช่วงเริ่มต้นของยุคไฟฟ้าโดยตรง ข้อสรุปนี้ทำให้เรื่องเล่าที่ดูเหมือนเชื่อมโยงเทคโนโลยีรถไฟยุคแรกเข้ากับสภาพอวกาศสุดขั้วต้องถูกตีความใหม่ แม้จะลดความเก่าของบันทึกนั้นลง แต่ก็ไม่ได้ลบความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ของมัน
นักวิจัยย้ำว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่ามนุษย์เริ่มเผชิญผลกระทบจากสภาพอวกาศต่อเทคโนโลยีตั้งแต่เทคโนโลยีไฟฟ้ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ไม่ใช่ปัญหาสมัยใหม่เพียงเพราะเราพึ่งพาดาวเทียม ระบบสื่อสาร และโครงข่ายไฟฟ้ามากขึ้นในปัจจุบัน ประเด็นนี้สะท้อนว่าความเสี่ยงจากดวงอาทิตย์และสนามแม่เหล็กโลกมีประวัติยาวนานพอ ๆ กับประวัติของโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าเอง
บทความยังทบทวนเหตุการณ์คาร์ริงตันในปี 1859 ซึ่งยังคงถูกมองว่าเป็นพายุแม่เหล็กโลกที่รุนแรงที่สุดในบันทึกทางวิทยาศาสตร์ในยุคนั้น มันก่อให้เกิดแสงออโรราทั่วโลกจนบางคนบอกว่าสามารถอ่านหนังสือพิมพ์ได้จากแสงนั้น และยังทำให้เกิดประกายไฟ ไฟไหม้เล็ก ๆ ในสถานีโทรเลข รวมถึงความเสียหายต่อระบบสื่อสารโทรเลขที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ในเวลานั้น
โดยรวม งานชิ้นนี้ไม่ได้เพียงแก้ปริศนาว่าบันทึกเอ็กซิเตอร์เกิดขึ้นเมื่อใด แต่ยังตอกย้ำว่าเทคโนโลยีของมนุษย์มีความเปราะบางต่อสภาพอวกาศมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของไฟฟ้า จึงเป็นบทเรียนสำคัญต่อการรับมือโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ที่ซับซ้อนกว่าเดิมมาก


