ซีอีโอ Shift Up ปกป้องมิวสิกวิดีโอ AI ของ Stellar Blade: Blood Rain หลังโดนวิจารณ์หนัก
คิม ฮยองแท ซีอีโอของ Shift Up ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์ที่ถาโถมใส่มิวสิกวิดีโอโปรโมตเกมภาคต่อ Stellar Blade: Blood Rain ซึ่งปล่อยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม โดยวิดีโอดังกล่าวเป็นงานที่สร้างด้วย AI และนำตัว…

คิม ฮยองแท ซีอีโอของ Shift Up ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์ที่ถาโถมใส่มิวสิกวิดีโอโปรโมตเกมภาคต่อ Stellar Blade: Blood Rain ซึ่งปล่อยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม โดยวิดีโอดังกล่าวเป็นงานที่สร้างด้วย AI และนำตัวละครหลักอย่าง Evie มาร้องเพลงและเต้นในสไตล์ป๊อป จนผู้ชมจำนวนมากมองว่าคุณภาพงานดูหลอน ไม่เป็นธรรมชาติ และมีร่องรอยความเป็น AI ชัดเจน ทั้งภาพตัวละครที่เพี้ยน รายละเอียดตัวอักษรผิดเพี้ยน และฟิลเตอร์ที่ทำให้ภาพดูเบลอผิดแปลก
คิม ฮยองแทชี้แจงผ่าน X ว่า Evie ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจาก AI ตั้งแต่ต้น แต่เป็นผลงานของทีมศิลปินและโมเดลเลอร์ของบริษัทที่ใช้เวลากว่าหนึ่งปีในการออกแบบและสร้างขึ้นมา เขาย้ำว่า AI ในวิดีโอนี้ทำหน้าที่เพียงนำข้อมูลและงานออกแบบที่ทีมสร้างไว้มาเรนเดอร์และจัดฉากให้เป็นมิวสิกวิดีโอ จึงอยากให้ผู้ชมเข้าใจว่านี่คือการนำผลงานของมนุษย์มาขยายรูปแบบการนำเสนอ ไม่ใช่การสร้างตัวละครขึ้นมาโดยไม่มีพื้นฐานจากทีมงาน
อย่างไรก็ตาม คำอธิบายดังกล่าวไม่ได้ช่วยลดแรงต้านจากผู้เล่น หลายคนมองว่าการนำงานออกแบบของศิลปินไปป้อนให้ AI ทำภาพเคลื่อนไหวกลับยิ่งทำให้ผลงานต้นฉบับถูกลดทอนคุณค่า เพราะผลลัพธ์ที่ออกมามักบิดเบือนเอกลักษณ์ของตัวละครและทำให้ภาพลักษณ์ของทีมพัฒนาเสียหาย บางคอมเมนต์ถึงขั้นระบุว่าพวกเขายอมรับคัตซีนหรือแอนิเมชันแบบสั้นลงที่ทำด้วยคน มากกว่างาน AI ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติและสร้างความรู้สึกแปลกแยก
อีกประเด็นที่ผู้เล่นกังวลคือภาพจำของแบรนด์ หากผลงานของ Shift Up ถูกเชื่อมโยงกับ “AI slop” หรือคอนเทนต์ AI คุณภาพต่ำโดยไม่ตั้งใจ อาจทำให้ผู้ชมตีความผลงานอื่น ๆ ของค่ายในแง่ลบไปด้วย แม้ว่ามิวสิกวิดีโอดังกล่าวจะเป็นเพียงสื่อโปรโมต ไม่ใช่ตัวเกมหลักก็ตาม ความกังวลจึงไม่ได้จำกัดแค่เรื่องเทคโนโลยี แต่ลุกลามไปถึงภาพลักษณ์ทางศิลปะและการรับรู้ของตลาดที่มีต่อเกมชุดนี้
ด้านมุมมองของคิม ฮยองแทต่อ AI ในอุตสาหกรรมเกม เขาเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าบริษัทเกาหลีอย่าง Shift Up มีทรัพยากรน้อยกว่าคู่แข่งจีนหรืออเมริกามาก และมองว่า AI จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ทีมขนาดเล็กทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น เขาเชื่อว่า AI จะไม่เข้ามาแทนที่คนทั้งหมด แต่จะช่วยให้บุคลากรหนึ่งคนทำงานได้เทียบเท่าหลายคน จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการแข่งขันในอนาคต
กรณีนี้สะท้อนความตึงเครียดที่วงการเกมกำลังเผชิญ ระหว่างการนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกับการปกป้องคุณค่าของงานศิลป์ดั้งเดิม โดยเฉพาะในแฟรนไชส์อย่าง Stellar Blade ที่มีประวัติถูกจับตาเรื่องภาพลักษณ์และความเป็นตัวละครของ Evie อยู่แล้ว ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวของ Shift Up ถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นเป็นพิเศษ


