เกิดคำถามว่า Apple ควรถอนตัวจากธุรกิจโฆษณาเลยหรือไม่
บทความตั้งคำถามต่อทิศทางธุรกิจของ Apple หลังมีสัญญาณว่าโฆษณาอาจเข้ามาอยู่ใน Apple Maps เป็นครั้งแรก โดยประเด็นนี้ทำให้กลับมาถกเถียงกันอีกครั้งว่า Apple ยังควรเดินหน้าธุรกิจโฆษณาต่อไปหรือไม่ หรือควรถอย…

บทความตั้งคำถามต่อทิศทางธุรกิจของ Apple หลังมีสัญญาณว่าโฆษณาอาจเข้ามาอยู่ใน Apple Maps เป็นครั้งแรก โดยประเด็นนี้ทำให้กลับมาถกเถียงกันอีกครั้งว่า Apple ยังควรเดินหน้าธุรกิจโฆษณาต่อไปหรือไม่ หรือควรถอยออกไปเพื่อรักษาภาพลักษณ์ด้านความเป็นส่วนตัวและความแตกต่างจากแพลตฟอร์มที่พึ่งพาโฆษณาเป็นหลัก
จุดเริ่มของกระแสนี้มาจากจดหมายเปิดผนึกของ Tim Cook เมื่อปี 2014 ที่เคยใช้เปรียบเทียบ Apple กับบริการที่ขับเคลื่อนด้วยโฆษณา โดยสื่อสารชัดว่าลูกค้าไม่ใช่สินค้าในโมเดลของบริษัทนั้น แต่ล่าสุดเนื้อหาดังกล่าวถูกถอดออกจากเว็บไซต์ของ Apple ซึ่งยิ่งทำให้หลายฝ่ายมองว่าแนวทางของบริษัทอาจกำลังเปลี่ยนไป หรืออย่างน้อยก็พยายามลดน้ำหนักของถ้อยแถลงเดิมที่เคยยืนอยู่บนหลักความเป็นส่วนตัว
การที่โฆษณาอาจถูกนำมาใช้ใน Apple Maps ถูกมองว่าเป็นสัญญาณสำคัญ เพราะ Maps เป็นบริการหลักที่มีผู้ใช้จำนวนมากและเกี่ยวข้องกับข้อมูลการใช้งานเชิงตำแหน่ง ซึ่งโดยธรรมชาติยิ่งทำให้เกิดคำถามเรื่องความไว้วางใจและเส้นแบ่งระหว่างประสบการณ์ใช้งานกับการหารายได้จากการแสดงผลเชิงพาณิชย์ Apple เคยพยายามสร้างภาพลักษณ์ว่าแตกต่างจากคู่แข่งด้านดิจิทัลแอดเวอร์ไทซิง แต่การขยับครั้งนี้ทำให้ภาพนั้นดูสั่นคลอน
John Gruber ผู้ติดตาม Apple อย่างใกล้ชิดออกมาเสนอความเห็นว่า หาก CEO คนต่อไปคือ John Ternus ควรพิจารณาปิดธุรกิจโฆษณาโดยรวมของบริษัทไปเลย ไม่ใช่เพียงจำกัดอยู่ที่ Maps เท่านั้น ความเห็นนี้สะท้อนความกังวลจากผู้ใช้และแฟน Apple บางส่วนที่มองว่ารายได้จากโฆษณาอาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงต่อแบรนด์และความเชื่อมั่นในระยะยาว
แม้บทความต้นทางจะนำเสนอในรูปแบบโพล แต่แก่นของเรื่องคือการชั่งน้ำหนักระหว่างรายได้เพิ่มเติมกับค่านิยมที่ Apple ใช้สื่อสารกับตลาดมาอย่างยาวนาน หาก Apple เดินหน้าธุรกิจโฆษณาต่อ บริษัทอาจได้ช่องทางทำเงินเพิ่มจากบริการภายในระบบนิเวศของตนเอง ทว่าในอีกด้านก็อาจต้องรับมือกับแรงต้านจากผู้ใช้ที่คาดหวังมาตรฐานด้านความเป็นส่วนตัวที่สูงกว่าบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น


