ซิลิคอนแวลลีย์เริ่มรับลูกแผนทรัมป์ที่อยากเปลี่ยนชื่อ AI
บทความของ The Verge ชี้ให้เห็นกระแสในซิลิคอนแวลลีย์ที่เริ่มขยับตามแนวคิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งพยายามผลักดันให้เลิกใช้คำว่า “artificial intelligence” และหันไปเรียกว่า “super intelligence”…

บทความของ The Verge ชี้ให้เห็นกระแสในซิลิคอนแวลลีย์ที่เริ่มขยับตามแนวคิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งพยายามผลักดันให้เลิกใช้คำว่า “artificial intelligence” และหันไปเรียกว่า “super intelligence” แทน แม้แนวคิดนี้จะดูแปลกและไม่น่าจะถูกยอมรับในวงกว้าง แต่ก็มีสัญญาณว่าคนดังและผู้เล่นทรงอิทธิพลในวงการเทคโนโลยีบางส่วนเริ่มสนับสนุนหรืออย่างน้อยก็แสดงท่าทีสอดคล้องกับคำเรียกใหม่ดังกล่าว
หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกยกมาคือ อีลอน มัสก์ ซึ่งมักเป็นคนแรกๆ ที่ตอบรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการเมืองอยู่แล้ว โดยในเรื่องนี้เขาแสดงท่าทีว่าจะปรับชื่อโครงการหรือแบรนด์ที่เกี่ยวกับ AI ให้สอดคล้องกับคำใหม่ของทรัมป์ การตอบสนองของมัสก์สะท้อนให้เห็นว่ากระแสจากทำเนียบขาวอาจมีอิทธิพลต่อการสื่อสารของบริษัทเทคโนโลยีได้มากกว่าที่คาด
อย่างไรก็ตาม บทความตั้งข้อสังเกตว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมยังคงใช้คำว่า AI ตามเดิม และการเปลี่ยนชื่อในระดับการรับรู้ของสาธารณะอาจเป็นเรื่องยาก เพราะ “AI” กลายเป็นคำมาตรฐานที่ใช้มานานในทั้งวงการวิจัย ธุรกิจ และสื่อมวลชน การผลักให้ใช้คำใหม่จึงไม่ใช่แค่เรื่องถ้อยคำ แต่เกี่ยวข้องกับอำนาจในการกำหนดกรอบความหมายของเทคโนโลยีด้วย
ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ว่าคำว่า “super intelligence” จะติดหรือไม่ แต่คือการที่ผู้นำทางการเมืองพยายามเข้ามามีบทบาทต่อภาษาและภาพลักษณ์ของเทคโนโลยีสำคัญที่สุดหนึ่งในยุคนี้ ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีบางแห่งเลือกจะเดินตามเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งหรือรักษาความสัมพันธ์กับรัฐบาล บทความสะท้อนภาพความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกับอำนาจการเมืองในสหรัฐฯ


