โซนี่ย้ำเดินหน้าตัดแผ่น PlayStation ปี 2028 แม้เจอกระแสต้านหนัก
โซนีออกมายืนยันอีกครั้งว่าจะเดินหน้าหยุดผลิตแผ่นเกมสำหรับ PlayStation ตั้งแต่เดือนมกราคม 2028 ตามแผนเดิม แม้จะเผชิญแรงต้านจากผู้เล่น นักสะสม และกลุ่มที่กังวลเรื่องสิทธิการเป็นเจ้าของเกมกับการอนุรักษ์…

โซนีออกมายืนยันอีกครั้งว่าจะเดินหน้าหยุดผลิตแผ่นเกมสำหรับ PlayStation ตั้งแต่เดือนมกราคม 2028 ตามแผนเดิม แม้จะเผชิญแรงต้านจากผู้เล่น นักสะสม และกลุ่มที่กังวลเรื่องสิทธิการเป็นเจ้าของเกมกับการอนุรักษ์เกมในระยะยาว โดยบริษัทรับทราบว่ามี “ความเห็นที่แข็งแรง” จากชุมชน แต่ระบุว่าจะ “ค่อย ๆ ผลักดันเรื่องนี้ต่อไปอย่างระมัดระวัง”
ประเด็นนี้กลายเป็นกระแสใหญ่ในชุมชนเกมตั้งแต่โซนีประกาศเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีทั้งคำร้องออนไลน์ การถกเถียงบนโซเชียลมีเดีย และการเรียกร้องให้คว่ำบาตร PlayStation ชั่วคราวในเดือนสิงหาคมเพื่อส่งสัญญาณคัดค้าน ขณะเดียวกันยังมีเสียงวิจารณ์จากองค์กรในอุตสาหกรรมค้าปลีกและสื่อบันเทิง เช่น ERA ของสหราชอาณาจักร ที่มองว่าการตัดแผ่นเป็นการเลือกความสะดวกของบริษัทเหนือทางเลือกของผู้บริโภค
คำชี้แจงล่าสุดมาจากลิน เทา ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของโซนี ระหว่างการประชุมถามตอบนักลงทุนหลังประกาศผลประกอบการไตรมาสสอง เธออธิบายว่าเหตุผลหลักของการตัดสินใจคือแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของคอนเทนต์ทุกประเภท ไม่ใช่แค่เกม และโซนีได้พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนสรุปแผนดังกล่าว แม้จะเข้าใจว่าผู้เล่นจำนวนมากมีความผูกพันกับสื่อกายภาพเพราะเกี่ยวข้องกับความทรงจำ การสะสม และการเข้าถึงเกมในอนาคต
โซนีระบุชัดว่า หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว เกมใหม่บนเครื่อง PlayStation จะวางจำหน่ายผ่าน PlayStation Store และร้านค้าปลีกในรูปแบบดิจิทัลเท่านั้น โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่กระทบเกมที่ออกมาก่อนหน้านั้นหรือเกมที่ยังวางขายเป็นแผ่นก่อนถึงต้นปี 2028 บริษัทให้เหตุผลว่านี่เป็นการปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และสะท้อนว่าความต้องการสื่อดิจิทัลเติบโตแซงแผ่นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมชี้ว่าแนวโน้มดังกล่าวชัดเจนขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนยอดขายเกมแบบดิจิทัลบนเครื่องโซนีเพิ่มขึ้นจากราว 13% ในยุคเปิดตัว PS4 เป็นเกือบ 80% ในปี 2025 ขณะเดียวกันยอดขายแผ่นจริงในสหรัฐฯ ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้หลายฝ่ายมองว่าฝั่งผู้เล่นที่ยังต้องการแผ่นมีฐานไม่มากพอจะเปลี่ยนทิศทางบริษัท
นักวิเคราะห์บางรายประเมินว่าโซนีคงไม่ยอมถอย แม้จะมีผู้ใช้ PlayStation Plus จำนวนมากยกเลิกสมาชิกประท้วง เพราะรายได้จากดิจิทัลมีมาร์จิ้นสูงกว่าอย่างมาก ทั้งจากการขายเกมของค่ายเองที่เก็บรายได้เต็มจำนวนผ่านร้านค้าออนไลน์ และจากเกมค่ายอื่นที่โซนีได้ส่วนแบ่ง 30% เทียบกับการขายแผ่นที่บริษัทได้รายได้ทางอ้อมน้อยกว่ามาก จึงมองว่าการย้ายไปสู่ระบบดิจิทัลจะช่วยเพิ่มกำไรต่อการขายได้ชัดเจน
แม้ในทางปฏิบัติจะมีคำถามต่อการเข้าถึงเกมเก่า การสะสม และการอนุรักษ์เกมในอนาคต แต่ภาพรวมของตลาดชี้ว่าการเปลี่ยนผ่านนี้น่าจะเกิดขึ้นต่อไปมากกว่าจะถูกยกเลิก ท่าทีล่าสุดของโซนีจึงสะท้อนว่าบริษัทพร้อมรับแรงต้านจากผู้เล่น แต่ยังเชื่อว่าทิศทางของอุตสาหกรรมและผลประโยชน์ทางธุรกิจอยู่ฝั่งดิจิทัลเป็นหลัก


