ซีอีโอ Sony เผยไม่จำเป็นต้องเร่งทำตลาด PS5 แล้ว เพราะเข้าสู่ช่วงท้ายวงจรชีวิตเครื่อง
Hiroki Totoki ซีอีโอของ Sony ยืนยันว่าบริษัทไม่ได้ทุ่มงบ “ทำตลาดแบบเชิงรุก” ให้กับ PlayStation 5 เหมือนช่วงก่อนอีกต่อไป โดยมองว่าเครื่องคอนโซลรุ่นนี้อยู่ในช่วงท้ายของวงจรชีวิตแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องผลัก…

Hiroki Totoki ซีอีโอของ Sony ยืนยันว่าบริษัทไม่ได้ทุ่มงบ “ทำตลาดแบบเชิงรุก” ให้กับ PlayStation 5 เหมือนช่วงก่อนอีกต่อไป โดยมองว่าเครื่องคอนโซลรุ่นนี้อยู่ในช่วงท้ายของวงจรชีวิตแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องผลักดันยอดขายฮาร์ดแวร์ในระดับเดิม ขณะที่เป้าหมายหลักของบริษัทในตอนนี้คือการสร้างรายได้ต่อเนื่องจากฐานผู้ใช้งานเดิมมากกว่าการหาลูกค้าเครื่องใหม่
Totoki อธิบายแนวทางดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Wall Street Journal โดยระบุว่า Sony ให้ความสำคัญกับรายได้ประจำจากบริการและผู้เล่นที่มีอยู่ โดยเฉพาะ PlayStation Plus ซึ่งมีผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่า 125 ล้านคนในปัจจุบัน ท่าทีนี้สะท้อนว่าบริษัทมองธุรกิจเกมในมุมของระบบนิเวศบริการและการเก็บเกี่ยวรายได้ระยะยาว ไม่ใช่การขายคอนโซลเพียงอย่างเดียว
บทความยังชี้ว่ามุมมองของ Sony เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาด PS5 มีความผันผวน ทั้งจากการกลับมาของปัญหาสินค้าขาดตลาดในบางร้าน และจากยอดขายเดือนพฤษภาคมที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เครื่องเปิดตัว หลัง Sony ปรับขึ้นราคาฮาร์ดแวร์หลายรุ่นในเดือนเมษายน 2026 ขณะเดียวกัน ความสนใจจากเกมใหญ่ที่กำลังเป็นกระแส เช่น GTA 6 ก็ช่วยดึงความสนใจมายังแพลตฟอร์มได้โดยไม่ต้องพึ่งโฆษณาหนักจาก Sony เอง
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือทิศทางของ Sony ในการลดบทบาทสื่อกายภาพ โดยผู้เล่นจำนวนไม่น้อยแสดงความไม่พอใจต่อแผนหยุดผลิตแผ่นเกมในอนาคต ซึ่งมีกำหนดเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2028 ความกังวลนี้ยิ่งรุนแรงขึ้นเพราะหลายคนมองว่านโยบายดิจิทัลเต็มรูปแบบจะทำให้ผู้บริโภคสูญเสียความเป็นเจ้าของเกมในระยะยาว และถูกผูกกับระบบซื้อขายและลิขสิทธิ์ของแพลตฟอร์มมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ Lin Tao ซีเอฟโอของ Sony ก็เคยระบุว่าบริษัทจะเดินหน้าลดบทบาทของแผ่นเกมอย่างระมัดระวัง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปสู่การใช้งานคอนเทนต์ดิจิทัลมากขึ้น นอกจากนี้ Sony ยังตอบโต้คดีแบบกลุ่มที่ผู้เล่นฟ้องเรื่องร้านดิจิทัลของ PlayStation ว่าไม่ได้สื่อชัดว่าลูกค้ากำลังซื้อเพียงสิทธิ์ใช้งานที่สามารถเพิกถอนได้ ไม่ใช่ความเป็นเจ้าของถาวรของตัวเกม
โดยรวมแล้ว สัญญาณจากผู้บริหารของ Sony บ่งบอกชัดว่าบริษัทกำลังเปลี่ยนจากยุคการเร่งขายฮาร์ดแวร์ ไปสู่ยุคการทำกำไรจากบริการและระบบสมาชิกเป็นหลัก แม้แนวทางนี้อาจตอบโจทย์ธุรกิจในระยะยาว แต่ก็ทำให้ความกังวลของผู้เล่นเกี่ยวกับอนาคตของสื่อกายภาพและความเป็นเจ้าของเกมทวีความเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมองไปยัง PlayStation 6 ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะวางตำแหน่งเป็นเครื่องดิจิทัลล้วนหรือไม่


