SpaceX รายงานรายได้พุ่งจากธุรกิจ AI และการเชื่อมต่อ
SpaceX เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ที่รายได้รวมแตะ 14.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 161% จากปีก่อน โดยบริษัทระบุว่าการเติบโตครั้งนี้มาจากธุรกิจ Super Intelligence (SI) และการขยายตัวของบริการเชื่อมต่อ…

SpaceX เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ที่รายได้รวมแตะ 14.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 161% จากปีก่อน โดยบริษัทระบุว่าการเติบโตครั้งนี้มาจากธุรกิจ Super Intelligence (SI) และการขยายตัวของบริการเชื่อมต่อเป็นหลัก ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า SpaceX กำลังมีรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวกับ AI และซอฟต์แวร์มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะกิจการอวกาศเหมือนภาพจำเดิม
ในรายละเอียด ธุรกิจอวกาศของบริษัทมียอดขาดทุนจากการดำเนินงาน 7 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กลุ่ม Connectivity ทำกำไรจากการดำเนินงาน 2.4 พันล้านดอลลาร์ และกลุ่ม SI ทำกำไร 431 ล้านดอลลาร์ ภาพรวมจึงชี้ว่าหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวกับการสื่อสารและ AI กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของผลประกอบการ มากกว่ากิจการปล่อยจรวดหรือภารกิจอวกาศโดยตรง
สำหรับธุรกิจ SI SpaceX ระบุว่ามีรายได้ 7.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 830% เมื่อเทียบรายปี บริษัทอธิบายว่าการเติบโตนี้มาจากการเริ่มใช้งานสัญญาบริการคลาวด์ใหม่ การเข้าซื้อ Cursor และการใช้งาน Grok ที่เพิ่มขึ้นในหลายองค์กร สะท้อนความพยายามของบริษัทในการต่อยอดบทบาทจากผู้เล่นด้านอวกาศไปสู่แพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่มี AI เป็นแกนกลาง
แม้รายละเอียดของกิจการ SI จะถูกเปิดเผยไม่มาก แต่ตัวเลขรายได้ที่โตแรงผิดปกติบ่งชี้ว่า SpaceX กำลังเร่งขยายธุรกิจซอฟต์แวร์และบริการดิจิทัลอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นว่าความต้องการด้าน AI และคลาวด์สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้มหาศาลในเวลาอันสั้น
ข่าวนี้จึงตอกย้ำแนวโน้มสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีว่า บริษัทอวกาศรายใหญ่อย่าง SpaceX เริ่มมีบทบาทในระบบนิเวศ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากขึ้น และผลประกอบการล่าสุดอาจสะท้อนทิศทางการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจในอนาคต ไม่ใช่เพียงความสำเร็จด้านการปล่อยจรวดหรืออินเทอร์เน็ตดาวเทียมเท่านั้น

