Yoshi-P ชี้รีเมค Final Fantasy 6, 8 และ 9 อาจต้องแบ่งออกหลายภาค
ในงาน Final Fantasy 14 Fan Festival ที่เบอร์ลิน Naoki “Yoshi-P” Yoshida ได้ขึ้นเวทีคุยกับ Naoki Hamaguchi ผู้กำกับซีรีส์ Final Fantasy 7 Remake ถึงอนาคตของแฟรนไชส์ และประเด็นที่แฟน ๆ อยากเห็นเกมคลาสสิ…

ในงาน Final Fantasy 14 Fan Festival ที่เบอร์ลิน Naoki “Yoshi-P” Yoshida ได้ขึ้นเวทีคุยกับ Naoki Hamaguchi ผู้กำกับซีรีส์ Final Fantasy 7 Remake ถึงอนาคตของแฟรนไชส์ และประเด็นที่แฟน ๆ อยากเห็นเกมคลาสสิกอย่าง Final Fantasy 6, 8 หรือ 9 ถูกนำมารีเมคในสไตล์เดียวกับ FF7 Remake
ประเด็นสำคัญคือ Yoshida อธิบายว่าเกมเหล่านี้มีขนาดใหญ่และเนื้อหาหนาแน่นมาก โดยเฉพาะ FF6 ซึ่งมีตัวละครและเหตุการณ์จำนวนมาก หากจะรีเมคด้วยมาตรฐานการเล่าเรื่องและงานสร้างแบบเดียวกับ FF7 Remake ก็อาจต้องแบ่งวางจำหน่ายเป็น 4 หรือแม้แต่ 5 ภาค ทำให้โครงการมีความซับซ้อนและใช้เวลาพัฒนามหาศาล
คำพูดดังกล่าวทำให้ความหวังของแฟนบางส่วนที่อยากเห็นรีเมคเกมเหล่านี้อาจถูกลดทอนลง เพราะสะท้อนชัดว่า Square Enix มองว่าโปรเจกต์ลักษณะนี้ไม่ใช่งานที่ทำได้ง่ายหรือใช้ทรัพยากรเพียงเล็กน้อย ทั้งยังสอดคล้องกับความเห็นก่อนหน้านี้ของ Yoshinori Kitase ที่เคยระบุว่า FF6 แบบรีเมคใหญ่ระดับ FF7 อาจกินเวลาสร้างยาวนานมากถึงราว 20 ปี
Hamaguchi เองก็ย้ำว่า แม้ FF6 จะมีความหมายกับเขาเป็นพิเศษและเป็นแรงบันดาลใจให้เข้าสู่วงการเกม แต่การพูดว่า “อยากรีเมค” นั้นง่ายกว่าการลงมือทำจริงมาก เพราะทีมต้องมีทั้งคนที่พร้อมทุ่มเทระยะยาว และต้องรักษาแรงจูงใจของทีมให้ต่อเนื่องตลอดหลายปีของการพัฒนา เขายังชื่นชมทีมงานรีเมค FF7 ว่าเป็นเหมือนปาฏิหาริย์ที่สามารถทำงานต่อเนื่องกันได้ยาวนานขนาดนั้น
อีกช่วงหนึ่งของการพูดคุย แฟนที่รับชมไลฟ์สตรีมตีความคำพูดบางตอนว่าอาจเป็นนัยว่า Square Enix เตรียมให้ Hamaguchi ไปทำ Final Fantasy 17 แต่บทความชี้ว่าการสรุปเช่นนั้นยังค่อนข้างคาดเดาเกินไป เพราะตัวเขายังต้องรับผิดชอบงานในโปรเจกต์ FF7 ภาคถัดไปและมีงานหลายส่วนอยู่ในมือ
นอกจากเรื่องรีเมคแล้ว ทั้งสองยังพูดถึงความท้าทายของการทำงานในแฟรนไชส์ Final Fantasy โดย Hamaguchi บอกว่าความยากที่สุดคือการรวมคนจำนวนมากให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนความภูมิใจสูงสุดคือการได้สร้างเกมให้แฟนทั่วโลกสนับสนุน ขณะที่ Yoshida ยกย่องความสามารถด้านการบริหารทีมและกำหนดตารางงานของเขา
ท้ายงานมีการพูดถึงคอนเทนต์ครอสโอเวอร์ระหว่าง FF7 กับ FF14 ด้วย รวมถึงเกมใหม่ใน Golden Saucer, ชุดคอสตูมสไตล์ Barret และ Tifa และเรด Beyond the Lifestream ซึ่งจะมาพร้อมเวอร์ชัน 8.01 ของ Final Fantasy 14 ก่อนที่ FF7 ภาคใหม่จะออกในปี 2027 โดยรวมแล้ว บทสนทนานี้สะท้อนทั้งความยากของการรีเมคเกมระดับตำนาน และทิศทางที่ Square Enix ยังเดินหน้าขยายจักรวาล Final Fantasy ผ่านคอนเทนต์ร่วมกันระหว่างหลายภาคอยู่ต่อไป


