Shift Up เจอดราม่าหนัก หลังปล่อยมิวสิกวิดีโอ K-pop ที่สร้างด้วย AI ล้วนจาก Stellar Blade: Blood Rain
Shift Up ผู้พัฒนา Stellar Blade: Blood Rain ถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลังเผยแพร่มิวสิกวิดีโอ K-pop ชุดใหม่ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์สร้างขึ้นทั้งหมด โดยมีตัวละครเอก Evie เป็นศูนย์กลางของงานชิ้นนี้ วิดีโอถูกปล่อย…

Shift Up ผู้พัฒนา Stellar Blade: Blood Rain ถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลังเผยแพร่มิวสิกวิดีโอ K-pop ชุดใหม่ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์สร้างขึ้นทั้งหมด โดยมีตัวละครเอก Evie เป็นศูนย์กลางของงานชิ้นนี้ วิดีโอถูกปล่อยลงช่อง YouTube ของสตูดิโอเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม และตั้งใจนำเสนอเกมภาคใหม่ในมุมที่ต่างออกไปด้วยบรรยากาศเพลงป็อปสดใสในโลกอนาคตของเกม
แม้แนวคิดจะดูเป็นการต่อยอดงานโปรโมต แต่ผลตอบรับกลับสวนทางอย่างชัดเจน แฟนจำนวนมากตำหนิคุณภาพของภาพและความสมจริง โดยชี้ให้เห็นความผิดเพี้ยนของใบหน้า รายละเอียดภาพที่ดูแปลก และความรู้สึกโดยรวมที่คล้ายโฆษณา AI สำเร็จรูปมากกว่างานแอนิเมชันที่ตั้งใจผลิตอย่างจริงจัง ความไม่พอใจยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อช่วงท้ายของคลิปมีฉากล้อเลียนเบื้องหลังการทำงาน ราวกับทีมงานกำลังแสดงท่าทีสนุกกับตัวละครที่จริง ๆ แล้วไม่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างงานนี้
ตัววิดีโอเองก็ยืนยันชัดเจนว่าใช้ AI ในการผลิต โดยคำอธิบายระบุว่าถูกสร้างจากทรัพยากรในเกมและนำกลับมาสร้างใหม่ด้วยการสนับสนุนของ AI พร้อมมีโลโก้หน่วยงาน A.I. Labs ของ Shift Up กำกับไว้ด้วย จุดนี้ทำให้เสียงวิจารณ์ขยายวงกว้าง ทั้งในคอมเมนต์บน YouTube และในชุมชนแฟนเกมที่มองว่าสตูดิโอมีทั้งงบประมาณและทีมงานเพียงพอที่จะสร้างงานอนิเมชันจริงโดยไม่ต้องพึ่งเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ล้วน
กระแสตีกลับส่วนหนึ่งพุ่งไปที่คิมฮยองแท ซีอีโอของ Shift Up ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการใช้ generative AI อย่างเปิดเผย เขาเคยให้เหตุผลว่า สตูดิโอในประเทศขนาดเล็กต้องใช้ AI เพื่อแข่งขันกับทีมพัฒนาขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ และจีน และมองว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากกว่าทำให้คนตกงาน ทว่าหลังการเผยแพร่วิดีโอล่าสุด หลายคนยิ่งมองว่าคำอธิบายดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะลบข้อกังขาเรื่องคุณค่าทางศิลปะและการใช้คนทำงานสร้างสรรค์
ดราม่านี้ยังโยงกลับไปถึงภาพลักษณ์ของ Stellar Blade: Blood Rain เอง ซึ่งเพิ่งเปิดตัว Evie ตัวละครเอกคนใหม่ที่มีอายุน้อยกว่าและคาแรกเตอร์ต่างจาก Eve จากภาคแรก โดยก่อนหน้านี้ดีไซน์ของ Evie ก็เคยถูกจับตาเรื่องความไม่สมดุลระหว่างรูปลักษณ์กับเสียงพากย์และบุคลิกที่สื่อออกมา การใช้ AI ในการสร้างสื่อโปรโมตครั้งนี้จึงทำให้บางส่วนของแฟน ๆ กังวลว่าแนวทางของเกมอาจสะท้อนการพึ่งพา AI มากขึ้นในตัวเกมจริงด้วย
โดยรวม เหตุการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเกมระหว่างฝั่งที่มอง AI เป็นเครื่องมือจำเป็นเพื่อเร่งการผลิตกับฝั่งที่เห็นว่าเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ยังแทนที่แรงงานสร้างสรรค์และคุณภาพงานศิลป์ไม่ได้ และกรณีของ Shift Up ก็กลายเป็นตัวอย่างล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่า การใช้ AI ในงานโปรโมตเกมยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวที่อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของสตูดิโอได้อย่างรวดเร็ว


