ชวนย้อนดู Game of Thrones RPG ยุคเก่า ที่อาจใช่มากกว่าที่คิด
บทความนี้ตั้งคำถามว่า ทำไมเกม RPG แบบ CRPG จากจักรวาล Game of Thrones ถึงยังไม่เกิดขึ้นในแบบที่แฟน ๆ ใฝ่ฝัน ทั้งที่ลิขสิทธิ์และโลกของต้นฉบับดูเหมาะกับแนวนี้อย่างยิ่ง ผู้เขียนชี้ว่าเส้นทางของสตูดิโอ…

บทความนี้ตั้งคำถามว่า ทำไมเกม RPG แบบ CRPG จากจักรวาล Game of Thrones ถึงยังไม่เกิดขึ้นในแบบที่แฟน ๆ ใฝ่ฝัน ทั้งที่ลิขสิทธิ์และโลกของต้นฉบับดูเหมาะกับแนวนี้อย่างยิ่ง ผู้เขียนชี้ว่าเส้นทางของสตูดิโอระดับที่น่าจะเหมาะอย่าง Warhorse หรือ Obsidian ต่างก็พาไปคนละทาง และสุดท้ายสิ่งที่ใกล้เคียงความต้องการนี้ที่สุดกลับเป็นเกมเก่าที่หลายคนอาจหลงลืมไปแล้ว นั่นคือ Game of Thrones ของ Cyanide ที่ออกในปี 2012
เกมดังกล่าวถูกมองว่าเป็นงานแบบ “eurojank” คือมีข้อจำกัดด้านงบและงานผลิตให้เห็นชัด แต่ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวและความพยายามสร้างโลกที่จับต้องได้ในเวสเทอรอส ผู้เขียนเน้นว่าตัวเกมไม่ได้ถูกทำมาเป็นสินค้าผูกกับซีรีส์ HBO อย่างเดียว แม้จะมีหน้าตาและเสียงของนักแสดงจากทีวีเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง แต่แก่นของเกมกลับยึดกับนิยายของ George R. R. Martin มากกว่า ทำให้บรรยากาศและโครงเรื่องมีความเป็นงานดัดแปลงที่พยายามเคารพต้นฉบับจริง ๆ
จุดเด่นสำคัญของเกมคือโครงสร้างการเล่าเรื่องที่สลับเล่นสองตัวละครคนละมุมมองไปมาเป็นบท ๆ ซึ่งพบได้บ่อยในนิยายแฟนตาซี แต่ไม่ค่อยใช้ในเกม ผู้เล่นจึงได้สัมผัสเรื่องราวผ่านตัวละครสองสายอาชีพที่ต่างกันสุดขั้ว คนหนึ่งเป็นนักบวชของ R’hllor ส่วนอีกคนเป็นสมาชิก Night’s Watch ที่เน้นการต่อสู้ประชิด เมื่อเรื่องราวค่อย ๆ มาบรรจบกัน ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ การหักหลัง และการแทรกแซงทางการเมืองในเวสเทอรอสก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น
บทความยังชี้ว่าเหตุการณ์ในเกมเริ่มก่อนเส้นเรื่องหลักของซีรีส์โทรทัศน์ไม่นาน ทำให้ผู้เล่นได้เห็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนสงครามใหญ่จะปะทุ ตั้งแต่ช่วงที่ Robert Baratheon ยังมีชีวิต ไปจนถึงการขยับหมากของ Cersei และเครือข่ายอำนาจรอบตัวเธอ แม้ตัวละครของผู้เล่นจะเป็นเพียงตัวประกอบระดับล่างของโลกใบนี้ แต่เกมกลับทำให้รู้สึกว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใหญ่ที่กำลังก่อตัว ไม่ใช่แค่คนยืนดูข้างสนาม
ในด้านงานสร้าง เกมถูกวิจารณ์เรื่องข้อจำกัดหลายประการ ทั้งภาพที่ไม่หรูหรา ฉากเมืองที่ดูธรรมดา การใช้พื้นที่ซ้ำ และงานพากย์เสียงที่ไม่สม่ำเสมอ แต่ผู้เขียนมองว่าจุดอ่อนเหล่านี้กลับเข้ากับความเป็น Game of Thrones ในเชิง “ความหยาบและความสั่นคลอน” ได้พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเกมยุคใหม่ที่ดูเนียนเกินไปและอาจสูญเสียความรู้สึกดิบของโลกการเมืองอันโหดร้ายแบบนี้
อีกด้านหนึ่ง ผู้เขียนกลับชอบระบบต่อสู้แบบเรียลไทม์ที่หยุดเพื่อสั่งการได้ ซึ่งถูกวิจารณ์หนักในยุคที่เกมออกวางขาย เพราะมันบังคับให้ผู้เล่นรับมือกับสถานการณ์คับขันและต้องประสานกับเพื่อนร่วมทีมอย่างตึงมือ มีทั้งการทำให้ศัตรูล้ม การสวนกลับ และฉากที่ให้เล่นเป็นร่างแปลงเพื่อใช้ความสามารถเฉพาะทางอย่างการตามรอยหรือโจมตีแบบลอบเร้น ผู้เขียนยอมรับว่าระบบนี้อาจไม่ลื่นไหล แต่กลับสร้างความตึงเครียดและบรรยากาศที่เข้ากับโลกของเรื่องได้ดี
สรุปแล้ว บทความเสนอว่าหากแฟน ๆ ยังรอคอย Game of Thrones CRPG ในอุดมคติแบบผลิตใหญ่และเงางาม อาจต้องรอนานต่อไป แต่ถ้ายอมรับเกมที่ทั้งขรุขระ จำกัดงบ และมีเสน่ห์แบบงานเฉพาะกลุ่ม เกมของ Cyanide เมื่อปี 2012 คือทางเลือกที่ใกล้เคียงที่สุดในตอนนี้ ผู้เขียนทิ้งท้ายว่าเรื่องราวในเวสเทอรอสไม่จำเป็นต้องเรียบลื่นเสมอไป เพราะโลกนี้ควรถ่ายทอดผ่านความชะงักงัน ความขรุขระ และความไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ CRPG แบบเก่าทำได้ดีอย่างน่าประหลาด


