รีวิว Stranger Things: Tales From ’85 ซีซัน 2 พัฒนางานภาพ แต่เรื่องเล่ายังติดสูตร
Stranger Things: Tales From ’85 ซีซัน 2 เป็นภาคต่อของแอนิเมชันสปินออฟจากจักรวาล Stranger Things ที่เตรียมลง Netflix วันที่ 17 กันยายน โดยเรื่องราวกลับไปสู่ต้นปี 1985 ในช่วงธีมวันวาเลนไทน์ และติดตาม…

Stranger Things: Tales From ’85 ซีซัน 2 เป็นภาคต่อของแอนิเมชันสปินออฟจากจักรวาล Stranger Things ที่เตรียมลง Netflix วันที่ 17 กันยายน โดยเรื่องราวกลับไปสู่ต้นปี 1985 ในช่วงธีมวันวาเลนไทน์ และติดตามกลุ่มเด็กๆ จาก Hawkins Investigators Club หรือ HIC ที่กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังเหตุการณ์ซีซันแรก
แกนหลักของซีซันนี้คือปริศนาใหม่ที่เริ่มจากเหตุปล้นเล็กๆ ในตู้เกม Palace Arcade พร้อมกับการหายตัวไปของ Charlie Dandridge และการปรากฏของดอกไม้เรืองแสงประหลาดในป่า ก่อนที่ทีมจะค้นพบว่าสิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตคล้ายภูตซึ่ง Max ตั้งชื่อเล่นว่า “hate sprites” และนำไปสู่ภัยคุกคามขนาดใหญ่ระดับบอสที่ไล่ล่ามนุษย์ ทั้งซีซันยังพยายามเชื่อมโยงคดีนี้กับประวัติศาสตร์ก่อตั้งเมือง Hawkins และปมค้างจากซีซันก่อนหน้า
ในด้านตัวละคร ซีซันนี้เน้นแก๊งหลักมากขึ้น และใส่ Nikki Baxter เข้ากับกลุ่มได้ค่อนข้างกลมกลืน ขณะที่ความสัมพันธ์ของ Max กับ Lucas ยังเต็มไปด้วยความขัดแย้งตามไทม์ไลน์ของจักรวาลหลัก ส่วน Eleven กับ Mike ก็ยังคงสำรวจความสัมพันธ์ของตัวเองต่อไป แม้ตัวเรื่องจะไม่ค่อยเปิดพื้นที่ให้ตัวละครเติบโตมากนัก ประเด็นส่วนใหญ่ถูกวางไว้แบบเรียบง่าย เช่น ปัญหาการเงินในบ้านของ Nikki หรือปมพ่อที่หายไปของ Max
บทวิจารณ์มองว่าแม้โครงเรื่องลึกลับในซีซันนี้จะน่าสนใจกว่าหน่อย แต่การเล่าเรื่องยังไม่ถึงมาตรฐานที่ซีรีส์ Stranger Things เคยสร้างไว้ หลายตอนมุ่งขับเคลื่อนพล็อตและฉากแอ็กชันมากกว่าการขุดลึกด้านอารมณ์ ทำให้ความรู้สึกโดยรวมเหมือนเป็นการรักษาสภาพเดิมจากซีซันแรกมากกว่าจะยกระดับอะไรใหม่ๆ
อีกจุดที่ถูกวิจารณ์คือความยาวและรูปแบบการดำเนินเรื่องที่ยังเป็นเส้นตรงแบบปริศนายาวทั้งซีซัน ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกซ้ำและเหนื่อยกับฉากไล่ล่าหรือปะทะที่วนอยู่ในกรอบเดิม เนื่องจากผู้ชมรู้ตั้งแต่ต้นว่าเด็กๆ จะปลอดภัยอยู่แล้วตามตำแหน่งของเรื่องในไทม์ไลน์ จึงทำให้เดิมพันของเหตุการณ์ดูไม่หนักพอ ผู้วิจารณ์ถึงขั้นมองว่ารูปแบบ “คดีประจำตอน” อาจเหมาะกว่าและสร้างสรรค์กว่าสำหรับแอนิเมชันชุดนี้
อย่างไรก็ตาม จุดแข็งของซีซัน 2 อยู่ที่งานภาพและแอนิเมชันที่ทำได้โดดเด่น Flying Bark Productions สร้างเหล่าสัตว์ประหลาดและสิ่งมีชีวิตเรืองแสงออกมาได้มีเอกลักษณ์ รวมถึงการแสดงเสียงพากย์ที่ยังสอดคล้องกับเวอร์ชันไลฟ์แอ็กชัน โดยเฉพาะ Jolie Hoang-Rappaport ในบท Max และ Braxton Quinney ในบท Dustin ที่ช่วยเติมพลังให้เรื่องแม้พล็อตจะสะดุดเป็นช่วงๆ
โดยสรุป รีวิวนี้มองว่า Stranger Things: Tales From ’85 ซีซัน 2 ไม่ได้ล้มเหลวแบบชัดเจน แต่ก็ยังเป็นงานที่เดินตามรอยดีและข้อจำกัดเดิมจากซีซันแรกมากกว่าการก้าวข้ามไปสู่ระดับที่น่าจดจำ แม้ปริศนาจะน่าสนใจขึ้นและงานภาพดูดีขึ้น แต่ทั้งความลึกของอารมณ์และความสดใหม่ของการเล่าเรื่องยังไม่ถึงขั้นที่แฟนๆ ของแฟรนไชส์คาดหวัง


