สวิตเซอร์แลนด์ทดลองเลิกใช้ Microsoft 365 หันใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในหน่วยงานรัฐ
สวิตเซอร์แลนด์กำลังเดินหน้าแนวทางลดการพึ่งพาซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์ในภาครัฐ โดยเฉพาะ Microsoft 365 หลังจากหน่วยงานกลางของประเทศคือ Federal Chancellery ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในลักษณะ proof-of-concept…

สวิตเซอร์แลนด์กำลังเดินหน้าแนวทางลดการพึ่งพาซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์ในภาครัฐ โดยเฉพาะ Microsoft 365 หลังจากหน่วยงานกลางของประเทศคือ Federal Chancellery ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในลักษณะ proof-of-concept และสรุปได้ว่า หน่วยงานบริหารของรัฐบาลกลางสามารถทำงานด้วยซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแทนได้ในภาพรวม
การทดสอบครอบคลุมเครื่องมือทำงานสำนักงานแทบทุกด้าน ตั้งแต่การแก้ไขเอกสาร อีเมล ปฏิทิน รายชื่อผู้ติดต่อ งานและไฟล์ การประชุมเสียงและวิดีโอ แชต ไปจนถึงระบบจัดการตัวตนและสิทธิ์การเข้าถึง ผลการประเมินระบุว่าแม้ยังมีอุปสรรคด้านเทคนิค การปฏิบัติการ และการจัดองค์กรที่ทำให้ยังไม่พร้อมใช้งานในวงกว้างทันที แต่ระบบที่ทดสอบผ่านเบราว์เซอร์ถือว่าเหมาะสมอย่างยิ่งกับกระบวนการทำงานหลักของรัฐ
ชุดซอฟต์แวร์ที่นำมาทดลองใช้มีหลายตัว อาทิ Collabora Online สำหรับเอกสาร, Open-Xchange สำหรับอีเมลและข้อมูลส่วนบุคคล, Nextcloud สำหรับเก็บไฟล์, OpenProject สำหรับบริหารโครงการ, XWiki สำหรับองค์ความรู้, Jitsi สำหรับประชุมออนไลน์, Element สำหรับแชต และ Univention สำหรับจัดการตัวตนและสิทธิ์การเข้าถึง
จากข้อสรุปดังกล่าว รัฐบาลสวิสจึงเตรียมเดินหน้าระยะถัดไปเป็นโครงการทดลองใช้งานจริง และตั้งเป้าให้มีเจ้าหน้าที่ราว 3,000 คนสามารถใช้ซอฟต์แวร์เวิร์กสเปซแบบอธิปไตยหรือ sovereign workplace software ได้ตั้งแต่ปลายปี 2027 โดยงบประมาณจะมาจากเงินที่รัฐสภาอนุมัติไว้แล้วสำหรับการพัฒนาแพลตฟอร์มสำนักงานโอเพนซอร์สของสวิตเซอร์แลนด์
ประเด็นนี้สะท้อนกระแสในยุโรปที่หลายประเทศเริ่มลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากบริษัทนอกภูมิภาคมากขึ้น ภายใต้แนวคิดเรื่อง digital sovereignty หรืออธิปไตยทางดิจิทัล ซึ่งไม่เพียงเกี่ยวกับการควบคุมข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลดความเสี่ยงจากการผูกติดกับผู้ขายรายเดียวและการต่อรองราคาในระยะยาวด้วย
รายงานยังชี้ว่าหลายรัฐบาลมองการเปลี่ยนไปใช้โอเพนซอร์สเป็นทั้งทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์และอาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในอนาคต ขณะที่แนวโน้มในยุโรปโดยรวมก็ชัดเจนขึ้น ทั้งในระดับสหภาพยุโรปและบางประเทศที่เริ่มขยับจาก Windows ไปสู่ Linux เพื่อพึ่งพาเทคโนโลยีจากภายนอกภูมิภาคให้น้อยลง


