ไต้หวันชี้ข้อตกลงเดิมช่วยคุ้มครองอุตสาหกรรมชิปจากแรงกดดันภาษีสหรัฐ
ทางการไต้หวันระบุว่าข้อตกลงบันทึกความเข้าใจที่เคยลงนามไว้กับสหรัฐฯ ยังช่วยให้สินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันได้รับการปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ แม้จะมีสัญญาณแรงกดดันเรื่องภาษีนำเข้าใหม่จากฝ่ายบริหาร…

ทางการไต้หวันระบุว่าข้อตกลงบันทึกความเข้าใจที่เคยลงนามไว้กับสหรัฐฯ ยังช่วยให้สินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันได้รับการปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ แม้จะมีสัญญาณแรงกดดันเรื่องภาษีนำเข้าใหม่จากฝ่ายบริหารทรัมป์ก็ตาม ประเด็นนี้ทำให้ตลาดชิปทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะไต้หวันเป็นฐานการผลิตชิประดับสูงที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
สาระสำคัญของคำอธิบายจากฝั่งไต้หวันคือ เอกสารที่มีอยู่เดิมอาจเป็นเกราะคุ้มกันชั่วคราวหรืออย่างน้อยก็เป็นเหตุผลทางนโยบายที่ช่วยต่อรองไม่ให้ภาษีใหม่กระทบอุตสาหกรรมชิปโดยตรง ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงมีท่าทีแข็งกร้าวต่อการค้ากับคู่ค้าที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี
สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ประเด็นภาษีไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการค้าเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความต่อเนื่องของซัพพลายเชน ต้นทุนการผลิต และการจัดสรรกำลังการผลิตของผู้ผลิตชิประดับโลก หากมีมาตรการใหม่เกิดขึ้นจริง ย่อมอาจส่งผลต่อผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทออกแบบชิป และลูกค้าปลายทางในหลายประเทศ
รายงานนี้สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อวงการเทคโนโลยี แม้จะมีกรอบความร่วมมือเดิมอยู่แล้ว แต่สถานการณ์ยังเปราะบางและอาจเปลี่ยนได้ตามทิศทางทางการเมืองในวอชิงตัน
โดยรวม ข่าวนี้ชี้ให้เห็นว่าไต้หวันพยายามยืนยันสถานะของตนในฐานะศูนย์กลางการผลิตชิปที่สำคัญ ขณะเดียวกันก็ใช้ข้อตกลงที่มีอยู่เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากแรงกดดันทางภาษี ซึ่งหากทวีความรุนแรงขึ้น ก็อาจกระทบทั้งราคาชิปและเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก

