ทางการไต้หวันควบคุมตัวพนักงาน Nvidia สงสัยพยายามลักลอบส่งชิป AI ไปจีน
ทางการไต้หวันควบคุมตัวพนักงานของ Nvidia รายหนึ่งที่ระบุเพียงนามสกุลว่า “Chang” หลังมีข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งชิป AI ไปยังจีน โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นทั้งที่พักและโต๊ะทำงานของเขาใน…

ทางการไต้หวันควบคุมตัวพนักงานของ Nvidia รายหนึ่งที่ระบุเพียงนามสกุลว่า “Chang” หลังมีข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งชิป AI ไปยังจีน โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นทั้งที่พักและโต๊ะทำงานของเขาในออฟฟิศ Nvidia ที่ไทเป การดำเนินคดีครั้งนี้ยังอยู่ในขั้นสืบสวน และ Nvidia เองไม่ได้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด เพียงแต่ Chang ถูกตั้งข้อหาที่เกี่ยวกับการละเมิดความไว้วางใจและการปลอมแปลงเอกสาร
คดีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนที่ใหญ่กว่าซึ่งมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายลักลอบนำชิป AI เข้าจีน โดยมีรายงานว่าอาจมีคดีลักษณะเดียวกันอย่างน้อย 8 กรณีใน 4 เขตอำนาจศาล สำหรับคดีในไต้หวัน ผู้ต้องสงสัยถูกกล่าวหาว่าปลอมเอกสารเพื่อส่งออกเซิร์ฟเวอร์ Super Micro ราว 50 เครื่องที่ติดตั้งชิป AI ของ Nvidia ไปยังจีน และยังมีข้อกล่าวอ้างว่ากลุ่มนี้เคยลักลอบส่งชิปผ่านญี่ปุ่นมาก่อน
ในอีกด้าน หน่วยงานสหรัฐฯ เคยตั้งข้อหาพนักงาน Super Micro 3 คน รวมถึงผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ในคดีพยายามลักลอบส่งชิป AI เช่นกันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สะท้อนว่าประเด็นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในไต้หวัน แต่เชื่อมโยงกับการบังคับใช้กฎควบคุมการส่งออกในระดับข้ามประเทศ
Nvidia ออกแถลงย้ำว่าการลักลอบนำสินค้าออกไปเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ พร้อมระบุว่าบริษัทขายสินค้าผ่านพาร์ตเนอร์รายใหญ่และผู้ผลิตอุปกรณ์ต้นทางที่ช่วยให้การขายสอดคล้องกับกฎควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ บริษัทเสริมว่าการส่งออกแม้จะเป็นล็อตเล็กก็ยังถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด และหากสินค้าถูกเบี่ยงเบนไปจากเส้นทางที่ถูกต้อง จะไม่ได้รับบริการ ซัพพอร์ต หรืออัปเดตใดๆ
บริบทของคดีนี้สะท้อนแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยสหรัฐฯ พยายามจำกัดการไหลของชิป AI ไปยังจีนมาตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่ Nvidia เคยวิจารณ์มาตรการควบคุมบางส่วนของรัฐบาลไบเดน แต่ก็ต้องเดินอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างโอกาสทางธุรกิจระดับโลกกับข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ
สำหรับไต้หวัน แม้ปัจจุบันยังไม่มีข้อจำกัดส่งออกชิป AI ไปจีนในลักษณะเดียวกับสหรัฐฯ แต่ในฐานะศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไต้หวันก็ให้ความสำคัญกับคดีลักษณะนี้อย่างมาก เพราะเกี่ยวพันทั้งความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก


