Take-Two หนุน GTA 6 แบบดิจิทัล ลั่นแผ่นเกมไม่ค่อยตอบโจทย์ผู้เล่น
สเตราส์ เซลนิค ซีอีโอของ Take-Two บริษัทแม่ของ Rockstar ออกมาอธิบายและปกป้องแนวทางที่ GTA 6 อาจไม่มีเวอร์ชันแผ่น โดยมองว่าในเกมฟอร์มใหญ่ยุคปัจจุบัน การออกจำหน่ายแบบดิสก์ “แทบไม่สมเหตุสมผล” สำหรับผู้…

สเตราส์ เซลนิค ซีอีโอของ Take-Two บริษัทแม่ของ Rockstar ออกมาอธิบายและปกป้องแนวทางที่ GTA 6 อาจไม่มีเวอร์ชันแผ่น โดยมองว่าในเกมฟอร์มใหญ่ยุคปัจจุบัน การออกจำหน่ายแบบดิสก์ “แทบไม่สมเหตุสมผล” สำหรับผู้บริโภคอีกต่อไป เขาระบุว่าธุรกิจของบริษัทมีสัดส่วนการจำหน่ายผ่านช่องทางดิจิทัลมากกว่า 90% แล้ว และสำหรับเกมขนาดใหญ่หลายเกม ผู้เล่นมักต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือสมัครใช้งานออนไลน์อยู่ดี ดังนั้นการดาวน์โหลดเกมจึงสะดวกกว่าและไม่ต่างกันในเชิงการใช้งานมากนัก
เซลนิคให้เหตุผลว่าแนวโน้มของอุตสาหกรรมกำลังเคลื่อนไปทางดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ และ Take-Two เองก็ยอมรับทิศทางนั้น อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าบริษัทไม่ได้ปิดโอกาสของสินค้ารูปแบบกายภาพทั้งหมด เพราะยังอาจมีการทำฉบับพิเศษหรือโปรดักต์บางประเภทออกมาเป็นครั้งคราว คล้ายกับตลาดเพลงที่แม้สตรีมมิงจะครองหลัก แต่แผ่นเสียงไวนิลก็ยังมีที่ยืนในฐานะสินค้าสำหรับกลุ่มเฉพาะ
ประเด็นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสถกเถียงเรื่องอนาคตของเกมแบบแผ่น หลังจากโซนีประกาศยุติการผลิตแผ่นเกมสำหรับ PlayStation ตั้งแต่ปี 2028 แม้บริษัทจะยืนยันว่าการตัดสินใจดังกล่าวยังไม่กระทบธุรกิจในปัจจุบันและไม่คาดว่าจะมีผลเสียในอนาคต แต่ก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากผู้เล่นที่กังวลเรื่องสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ การอนุรักษ์เกม และการเข้าถึงเกมในระยะยาว
ในฝั่งชุมชนเกม มีทั้งการเรียกร้องให้โซนีย้อนกลับนโยบายดังกล่าว การรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดีย และข้อเสนอให้คว่ำบาตร PlayStation ชั่วคราวเพื่อส่งสัญญาณว่าผู้เล่นไม่พอใจกับการลดบทบาทของแผ่นเกม นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิจารณ์จากภาคส่วนอื่น เช่น สมาคม Digital Entertainment and Retail Association ของสหราชอาณาจักร ที่มองว่าการตัดสินใจของโซนีเป็นตัวอย่างของความสะดวกขององค์กรที่เอาชนะทางเลือกของผู้บริโภค
โดยรวม คำพูดของเซลนิคสะท้อนมุมมองของค่ายเกมรายใหญ่ที่เชื่อว่าตลาดกำลังมุ่งสู่การซื้อขายแบบดิจิทัลเป็นหลัก และแผ่นเกมอาจเหลือบทบาทเพียงตลาดเฉพาะหรือของสะสมมากกว่าจะเป็นมาตรฐานหลักในอนาคต ขณะที่คำถามเรื่องการเป็นเจ้าของเกมจริง การเก็บรักษาเกม และสิทธิ์ของผู้บริโภค ยังคงเป็นประเด็นหลักที่วงการต้องถกเถียงต่อไป


