RTX 5090 ช่วยทำลายสถิติ 3DMark Port Royal ด้วยชุดคูลลิงไนโตรเจนเหลว
สถิติสูงสุดของการทดสอบกราฟิก 3DMark Port Royal ถูกทำลายลงอีกครั้ง โดยคะแนนใหม่บน HWBot ขยับขึ้นไปถึง 51,663 คะแนนจากผลงานของผู้ใช้ชื่อ Cmaker ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับการเบนช์มาร์กด้านเรย์เทร…

สถิติสูงสุดของการทดสอบกราฟิก 3DMark Port Royal ถูกทำลายลงอีกครั้ง โดยคะแนนใหม่บน HWBot ขยับขึ้นไปถึง 51,663 คะแนนจากผลงานของผู้ใช้ชื่อ Cmaker ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับการเบนช์มาร์กด้านเรย์เทรซิงและสะท้อนการรีดประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ระดับสุดโต่ง
หัวใจของการทำสถิติครั้งนี้คือ MSI RTX 5090 32G Lightning Z การ์ดจอรุ่นลิมิเต็ดที่เปิดตัวด้วยราคามากกว่า 5,000 ดอลลาร์ และในปัจจุบันยิ่งหายากกว่าเดิม เพราะเป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อการโอเวอร์คล็อกโดยเฉพาะ จุดเด่นไม่ได้อยู่แค่ตัวการ์ดราคาแพง แต่ยังรวมถึงการดันความเร็วให้สูงถึง 3,623 MHz ด้วยการใช้ไนโตรเจนเหลว ซึ่งมากกว่าความเร็วปกติสูงสุดของรุ่นนี้ที่ 2,775 MHz อย่างชัดเจน
ระบบที่ใช้ประกอบสถิตินี้ไม่ได้มีแค่การ์ดจอสุดโหด แต่เป็นชุดฮาร์ดแวร์ที่อัดเต็มทุกด้าน ซีพียูคือ Intel Core i9-14900KF ที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่วนแรม Corsair Vengeance DDR5 ขนาด 32 GB ก็ถูกดูแลด้วยการทำความเย็นระดับเดียวกัน และยังใช้พาวเวอร์ซัพพลาย Corsair ขนาด 1,500 วัตต์ เพื่อรองรับการใช้พลังงานที่สูงผิดปกติของชุดทดสอบลักษณะนี้
จากภาพที่เผยแพร่ ดูเหมือนว่าผู้ทำสถิติยังดัดแปลงบล็อกระบายความร้อนของการ์ดจอขึ้นมาเอง รวมถึงจัดวางพัดลมหลายตัวรอบเมนบอร์ดและ GPU เพื่อช่วยควบคุมเสถียรภาพระหว่างการทดสอบ ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในวงการโอเวอร์คล็อกขั้นสุด ไม่ใช่เครื่องเกมมิงทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือสำหรับไล่ตัวเลขให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้
เมื่อเทียบกับผลจากการ์ดรุ่นรีเทลทั่วไป ความต่างยิ่งเห็นชัด สื่อยกตัวอย่างว่าการ์ด RTX 5090 FE แบบสต็อกทำคะแนนได้ 36,389 ส่วน RTX 5090 Suprim SOC ที่แพงมากอยู่แล้วทำได้ 38,715 คะแนน ขณะที่สถิติใหม่อาศัยทั้งรุ่นพิเศษ การดัดแปลงฮาร์ดแวร์ และไนโตรเจนเหลวเพื่อดันประสิทธิภาพไปอีกขั้น
ข่าวนี้จึงสะท้อนเสน่ห์ของโลกโอเวอร์คล็อกระดับแข่งขัน ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องของการใช้งานทั่วไป แต่เป็นการทดสอบขีดจำกัดของชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และฝีมือของผู้เล่นที่สามารถผลักดันฮาร์ดแวร์ราคาแพงให้ทำงานเหนือสเปกมาตรฐานได้มากที่สุด และแม้สถิตินี้จะอยู่ไม่นานนักหากมีผู้ท้าชิงรายใหม่ แต่ก็เป็นอีกตัวอย่างของการแข่งขันที่ขับเคลื่อนด้วยทั้งความรู้ เทคนิค และงบประมาณมหาศาล

