สตีเวน โซเดอร์เบิร์กเข้ามาช่วยปิดงานถ่าย The Batman Part II แทนแมตต์ รีฟส์ชั่วคราว
วอร์เนอร์ บราเธอร์สยืนยันว่า สตีเวน โซเดอร์เบิร์ก ผู้กำกับจาก Ocean’s 11 จะเข้ามารับหน้าที่ถ่ายทำส่วนที่เหลือของ The Batman Part II แทนแมตต์ รีฟส์เป็นการชั่วคราว หลังจากรีฟส์ต้องถอนตัวออกไปจากงานกำกับ…

วอร์เนอร์ บราเธอร์สยืนยันว่า สตีเวน โซเดอร์เบิร์ก ผู้กำกับจาก Ocean’s 11 จะเข้ามารับหน้าที่ถ่ายทำส่วนที่เหลือของ The Batman Part II แทนแมตต์ รีฟส์เป็นการชั่วคราว หลังจากรีฟส์ต้องถอนตัวออกไปจากงานกำกับช่วงท้ายเพื่อจัดการเรื่องครอบครัวส่วนตัว แม้จะมีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับในช่วงสั้น ๆ แต่สตูดิโอย้ำว่ารีฟส์ยังคงเป็นแกนหลักของโปรเจกต์และจะทำงานร่วมกับโซเดอร์เบิร์กอย่างใกล้ชิดเพื่อให้หนังเดินหน้าต่อได้ตามแผนเดิม
ตามข้อมูลที่เปิดเผย โซเดอร์เบิร์กเป็นฝ่ายติดต่อขอเข้ามาช่วยเอง เพราะชื่นชอบผลงานของรีฟส์ใน The Batman และต้องการช่วยให้การถ่ายทำหลักในช่วงสุดท้ายเสร็จสมบูรณ์ โดยทั้งสองคนจะประสานงานกับนักแสดงและทีมงานเพื่อเก็บภาพที่จำเป็นให้สอดรับกับสิ่งที่ถ่ายทำไปแล้ว แนวทางของสตูดิโอคือทำให้ฟุตเทจช่วงท้าย “กลมกลืน” กับผลงานเดิม มากกว่าจะเปลี่ยนทิศทางของหนังไปจากวิสัยทัศน์ของรีฟส์
หลังจากปิดกล้องในช่วงที่เหลือแล้ว โซเดอร์เบิร์กจะส่งงานต่อกลับคืนให้รีฟส์ดูแลขั้นตอนโพสต์โปรดักชันต่อไป รายงานระบุว่ารีฟส์ยังคงติดตามงานจากที่บ้านแบบรีโมตอยู่ด้วย ซึ่งสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อพยุงตารางถ่ายทำ ไม่ใช่การสับเปลี่ยนทีมสร้างสรรค์แบบถาวร
กระบวนการนี้มีขึ้นหลังจาก The Batman Part II ถูกเลื่อนกำหนดฉายหลายครั้งอยู่แล้ว และตอนนี้ตั้งเป้าเข้าฉายในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2028 ขณะเดียวกันยังไม่ชัดเจนว่าการหยุดพักของรีฟส์จะทำให้เกิดความล่าช้าเพิ่มหรือไม่ แต่ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าเหลืองานถ่ายทำไม่มากนัก โอกาสที่จะกระทบกำหนดฉายครั้งใหม่น่าจะมีไม่สูงมาก
การดึงโซเดอร์เบิร์กมาช่วยยังถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะกับสถานการณ์ เพราะเขาขึ้นชื่อเรื่องการทำงานเร็ว คุมกองถ่ายได้มีประสิทธิภาพ และบริหารงบประมาณได้ดี อีกทั้งยังมีรางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับติดตัว จึงเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับสตูดิโอว่าหนังจะเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่น โดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์ของผลงานที่รีฟส์วางเอาไว้


