The Defiant เกมยิงเนื้อเรื่องพาผู้เล่นสำรวจสมรภูมิ WWII ฝั่งจีนที่ไม่ค่อยถูกเล่า
The Defiant คือเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งแบบเล่นคนเดียวเป็นหลักจากสตูดิโอ Hangzhou Hoothanes Entertainment ที่หยิบเอาสงครามจีน–ญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งไม่ค่อยถูกนำมาเล่าในเกมกระแสหลักมา…

The Defiant คือเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งแบบเล่นคนเดียวเป็นหลักจากสตูดิโอ Hangzhou Hoothanes Entertainment ที่หยิบเอาสงครามจีน–ญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งไม่ค่อยถูกนำมาเล่าในเกมกระแสหลักมาเป็นแกนหลักของเรื่อง ผู้เขียนพรีวิวมองว่านี่เป็นจุดขายสำคัญ เพราะวงการเกมสงครามโลกครั้งที่ 2 มักวนอยู่กับสมรภูมิเดิมๆ เช่น D-Day, Stalingrad หรือ Battle of the Bulge แต่เกมนี้เลือกเล่าอีกมุมหนึ่งผ่านทหารจีนหลายคนในสถานการณ์ที่ต่างกัน
โครงสร้างของเกมแบ่งเป็น 4 บทหลัก แต่ละบทมีตัวละคร ฉาก และสไตล์การเล่นต่างกันออกไป ตั้งแต่ภารกิจสายลับในเซี่ยงไฮ้ที่เน้นลอบเร้นและแก้ปริศนา ไปจนถึงงานวินาศกรรมเพื่อทำลายทางรถไฟและตัดเส้นส่งกำลังบำรุงของฝ่ายญี่ปุ่น เนื้อเรื่องใช้ตัวละครสมมติ แต่ตั้งอยู่บนเหตุการณ์จริงและสถานที่ที่ทีมพัฒนาศึกษามาอย่างละเอียด เพื่อให้บรรยากาศและรายละเอียดทางประวัติศาสตร์น่าเชื่อถือ
ในเดโมที่ได้ลอง ผู้เล่นถูกพาไปยังพื้นที่ภูเขาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งเป็นฉากการรบหนักหน่วงที่ต้องฝ่าถ้ำ ร่องเพลาะ และแนวป่าที่ถูกไฟไหม้ เพื่อรับมือทหารญี่ปุ่นจำนวนมาก อาวุธที่ใช้มีความเป็นยุคสมัยเดียวกัน เช่น ปืนไรเฟิลแบบลูกเลื่อน ปืนพก ปืนกลหนัก และระเบิดมือ พร้อมงานเสียงและอนิเมชันรีโหลดที่ถูกชมว่าน่าพอใจและให้ความรู้สึกหนักแน่น
บทความยังชี้ว่าเกมมีฉากเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์หลายจุด เช่น การถูกศัตรูพุ่งเข้ามาด้วยดาบปลายปืน การปะทะระยะประชิดในบ้านร้าง และจังหวะที่เพื่อนร่วมทีมถูกประหารต่อหน้าต่อตา ก่อนจะมีเหตุพลิกสถานการณ์อย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมโทนดราม่าและความตึงเครียดให้กับเกมที่ตั้งใจวางตัวเป็นประสบการณ์สงครามเข้มข้นมากกว่าเกมยิงที่พึ่งพาโหมดออนไลน์เป็นหลัก
อีกจุดที่น่าสนใจคือแผนการเล่นของเกม โดยคาดว่าความยาวแคมเปญหลักจะอยู่ราว 15 ชั่วโมง และมีเป้าหมายจะเป็นเกมที่เน้นเนื้อเรื่องแบบเต็มรูปแบบ คล้ายยุคที่เกมสงครามเล่นคนเดียวมีน้ำหนักมากกว่าปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม เกมจะมีโหมดร่วมมือเล่นแยกต่างหากตั้งแต่วันเปิดตัว แต่ไม่ใช่การเล่นร่วมในเนื้อเรื่องหลัก โดยจะเป็นโหมด PvE ที่หยิบแผนที่และภารกิจจากแคมเปญมาดัดแปลง ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดและจำนวนผู้เล่น
แม้แนวคิดจะน่าสนใจ แต่ตัวพรีวิวก็สะท้อนว่ายังมีจุดที่ต้องปรับปรุง เช่น การเคลื่อนที่ที่ยังค่อนข้างช้า เพราะยังไม่มีการกระโดด ข้ามสิ่งกีดขวาง หรือหมอบราบได้เต็มที่ ทำให้การหลบกระสุนและหาที่กำบังไม่ลื่นไหลนัก นอกจากนี้ HUD ยังสื่อสารทิศทางการโจมตีของศัตรูได้ไม่ดีพอ และ AI บางส่วนก็ยังดูมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงหรือไม่นิ่ง แต่ทีมพัฒนาระบุว่ากำลังเก็บฟีดแบ็กไปปรับต่อเนื่อง
โดยรวม IGN มองว่า The Defiant เป็นโปรเจกต์ที่โดดเด่นเพราะเลือกเล่าอีกด้านของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ไม่ค่อยได้เห็นในเกม พร้อมนำเสนอประสบการณ์ยิงเชิงเนื้อเรื่องที่ใกล้เคียงเกมยุคคลาสสิก หากงานพัฒนาทางเทคนิคและการออกแบบระบบการเล่นถูกขัดเกลาให้ดีขึ้น เกมนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเกมสงครามที่มีทั้งมุมมองใหม่และอารมณ์แบบภาพยนตร์ในระดับที่น่าจับตา


