ยอดขาย EV ฟื้นตัวหลังราคาน้ำมันพุ่ง หนุนผู้ซื้อหันหาไฮบริดมากขึ้น
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในไตรมาส 2 ปี 2026 หลังช่วงก่อนหน้าซบเซาหนัก โดยปัจจัยสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทำให้ผู้บริโภคหันมาพิจารณา…

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในไตรมาส 2 ปี 2026 หลังช่วงก่อนหน้าซบเซาหนัก โดยปัจจัยสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทำให้ผู้บริโภคหันมาพิจารณารถยนต์ไฟฟ้าและโดยเฉพาะรถไฮบริดมากขึ้น
ข้อมูลจากการวิเคราะห์ของ Cox Automotive ระบุว่ายอดขาย EV ในไตรมาสดังกล่าวอยู่ราว 247,000 คัน เพิ่มขึ้นประมาณ 14.7% จากต้นปี และนับเป็นผลงานที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวก่อนหน้า ซึ่งตลาดเผชิญแรงกดดันหลังมาตรการเครดิตภาษี EV ของรัฐบาลกลางสิ้นสุดลงเมื่อปีที่แล้ว
แม้ยอดขายจะยังไม่กลับไปแตะระดับช่วงพีกในยุคโควิด แต่การฟื้นตัวครั้งนี้สะท้อนว่าตลาดอาจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วอย่างน้อยในระยะสั้น ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายทำยอดได้ดีขึ้นในไตรมาสนี้เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลว่าการยุติสิทธิประโยชน์ด้านภาษีจะทำให้ความต้องการ EV หดตัวต่อเนื่อง
อีกมุมหนึ่ง กระแสผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกประหยัดน้ำมันมากขึ้นยังเป็นแรงหนุนสำคัญให้รถไฮบริดได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เพราะตอบโจทย์ทั้งด้านต้นทุนเชื้อเพลิงและความกังวลเรื่องระยะทางวิ่งของรถไฟฟ้าล้วน สถานการณ์นี้ชี้ว่าความผันผวนของราคาพลังงานยังมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อรถอย่างมาก
โดยรวม บทความชี้ว่าแม้ตลาด EV สหรัฐฯ ยังไม่กลับสู่ภาวะเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่แรงกระตุ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจช่วยประคองความต้องการในช่วงต่อไป และทำให้การแข่งขันระหว่าง EV กับไฮบริดยิ่งเข้มข้นขึ้นในตลาดรถยนต์อเมริกัน


