CXMT ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่จากจีนเล็งบุกตลาดสหรัฐฯ
ChangXin Memory Technologies หรือ CXMT ผู้ผลิตหน่วยความจำจากจีน กำลังวางแผนขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ในระยะยาว โดยบริษัทแห่งนี้เพิ่งไต่ขึ้นมาเป็นผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่อันดับ 4 ของโลกอย่างรวดเร็ว…

ChangXin Memory Technologies หรือ CXMT ผู้ผลิตหน่วยความจำจากจีน กำลังวางแผนขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ในระยะยาว โดยบริษัทแห่งนี้เพิ่งไต่ขึ้นมาเป็นผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่อันดับ 4 ของโลกอย่างรวดเร็ว แม้ชื่อจะยังไม่เป็นที่คุ้นเคยในวงกว้าง แต่เริ่มมีสัญญาณชัดเจนว่าผู้ผลิตเมนบอร์ดและชิ้นส่วนพีซีหลายรายกำลังทดสอบและรับรองชิปหน่วยความจำของ CXMT สำหรับใช้งานในผลิตภัณฑ์ของตน
แรงส่งสำคัญมาจากภาวะขาดแคลนหน่วยความจำในตลาดโลก ทำให้ CXMT เร่งขยายกำลังผลิต DRAM อย่างหนักเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด ขณะเดียวกัน บริษัทมีเป้าหมายจะส่งออกนอกจีนมากขึ้นในอนาคต แต่เส้นทางสู่สหรัฐฯ ยังอีกไกล เพราะต้องเผชิญอุปสงค์ในประเทศจีนที่สูงอยู่แล้ว รวมถึงแรงกดดันจากฝั่งตะวันตก โดย Micron คู่แข่งรายใหญ่ในสหรัฐฯ พยายามผลักดันให้รัฐบาลจำกัดการเข้าถึงอุปกรณ์สำคัญของ CXMT นอกจากนี้ บริษัทยังมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จากการถูกจับตาให้อยู่ในบัญชีคว่ำบาตรของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ
แม้จะมีอุปสรรคมาก แต่สถานะทางการเงินของ CXMT ดูแข็งแรงขึ้นมากในช่วงหลัง รายได้ไตรมาสแรกแตะ 7.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดจากปีก่อนหน้า และช่วยพลิกผลขาดทุนต่อเนื่องหลายเดือน อีกทั้งบริษัทยังระดมทุนจากการ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดของเอเชียในปีนี้ มูลค่า 8.6 พันล้านดอลลาร์ และได้รับแรงหนุนจากกองทุนลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ที่รัฐบาลจีนสนับสนุน ทำให้มีเงินและอำนาจต่อรองมากพอจะเดินหน้าขยายธุรกิจต่อไป
บทความยังยกตัวอย่างให้เห็นอิทธิพลของ CXMT ในตลาดจีน โดยแม้แต่ Huawei ก็ยังต้องพยายามต่อรองเรื่องราคาที่เพิ่มขึ้น แต่ CXMT ไม่ยอมลดราคา จนเกิดเหตุให้วิศวกรจากซัพพลายเออร์ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ Huawei ถูกเชิญให้ออกจากโรงงานระหว่างการบำรุงรักษาเครื่องจักรในเดือนมิถุนายน และไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้ามาอีก เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าบริษัทมีอำนาจต่อรองสูงมากภายในประเทศ
โดยสรุป CXMT กำลังเปลี่ยนจากผู้เล่นในจีนสู่บริษัทหน่วยความจำที่มีศักยภาพระดับโลก แต่การจะเจาะตลาดสหรัฐฯ ยังต้องผ่านทั้งด่านการเมือง การค้า และแรงต้านจากคู่แข่งสำคัญ ขณะเดียวกัน ความสำเร็จในจีนและเงินทุนที่หนุนหลังอย่างแข็งแกร่งทำให้เป้าหมายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เพียงแต่ยังต้องรอดูว่าบริษัทจะฝ่าข้อจำกัดเหล่านี้ไปได้ไกลแค่ไหน


