The Last House บน Netflix ถูกวิจารณ์ว่าหนังสลับโทนจนจับทางไม่อยู่
IGN รีวิวภาพยนตร์ The Last House ของ Louis Leterrier ซึ่งมีกำหนดฉายบน Netflix วันที่ 7 สิงหาคม โดยมองว่าหนังมีปัญหาเรื่องความต่อเนื่องของโทนและการเล่าเรื่องอย่างหนัก แม้เปิดเรื่องด้วยบรรยากาศครอบครัว…

IGN รีวิวภาพยนตร์ The Last House ของ Louis Leterrier ซึ่งมีกำหนดฉายบน Netflix วันที่ 7 สิงหาคม โดยมองว่าหนังมีปัญหาเรื่องความต่อเนื่องของโทนและการเล่าเรื่องอย่างหนัก แม้เปิดเรื่องด้วยบรรยากาศครอบครัวในบ้านชานเมืองและปมลึกลับที่น่าสนใจ แต่หนังกลับเร่งเข้าสู่เหตุการณ์ต่าง ๆ แบบไม่ค่อยมีการปูพื้น ทำให้ผู้ชมแทบไม่มีเวลาซึมซับพัฒนาการของเรื่องหรืออารมณ์ของตัวละคร
เรื่องราวติดตามครอบครัว Delgado ที่จู่ ๆ ก็ออกจากบ้านไม่ได้ ขณะเดียวกันเพื่อนบ้านก็เผชิญเหตุคล้ายกัน หนังพยายามขยายจากความลึกลับในบ้านไปสู่ความเป็นหนังเอาตัวรอดก่อนจะเบนไปทางสยองขวัญเชิงคอสมิกและแนว Lovecraftian แต่ผู้วิจารณ์เห็นว่าการเปลี่ยนแนวเหล่านี้เกิดขึ้นแบบกระโดด ไม่ได้ค่อย ๆ สร้างแรงกดดันหรือบรรยากาศน่าขนลุกอย่างที่ควรจะเป็น
รีวิวชี้ว่าหนังมีลักษณะเหมือนงานที่ตัดต่อจนเหลือพื้นที่หายใจน้อยเกินไป แม้เวลาฉายจะเกือบสองชั่วโมง แต่กลับให้ความรู้สึกว่าทุกอย่างถูกบีบอัดและกระโดดไปมาระหว่างบทสนทนา เหตุการณ์ และอารมณ์ จนยากจะจับทิศทางได้ ทั้งยังทำให้ประเด็นที่คล้ายสะท้อนประสบการณ์ช่วงล็อกดาวน์หรือคำถามเชิงสิ่งแวดล้อมดูไม่ค่อยมีน้ำหนัก
แม้จะได้ Wagner Moura และ Greta Lee ซึ่งเป็นนักแสดงฝีมือดีมารับบทนำ แต่ IGN ระบุว่าหนังกลับทำให้ทั้งคู่ดูเหมือนถูกบังคับให้แสดงอารมณ์รุนแรงแบบฉับพลัน จนกลายเป็นการแสดงที่ดูฝืนและไม่สม่ำเสมอ ตัวละครจึงขาดความเป็นมนุษย์และทำหน้าที่เหมือนเครื่องมือขับเคลื่อนพล็อตมากกว่าจะเป็นคนที่ผู้ชมเชื่อมโยงได้
ในภาพรวม รีวิวมองว่า The Last House มีองค์ประกอบภาพที่ดูใช้ได้เป็นรายช็อต แต่เมื่อนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกันกลับไม่ลงตัว หนังเต็มไปด้วยแนวคิดหลายชุดที่ชนกันเอง ทั้งบทสอนศีลธรรม การเล่าแบบนิทานเด็ก และความสยองแบบจักรวาลมืด แต่ขาดความกลมกลืน จนกลายเป็นผลงานที่ผู้วิจารณ์สรุปว่าแนวคิดและอารมณ์เปลี่ยนเร็วเกินไปจนตามไม่ทัน


