อัปเดต Windows 11 ล่าสุดทำเกมมัลติเพลเยอร์บางเกมล่ม Microsoft กำลังสอบสวน
ผู้ใช้ Windows 11 บางส่วนเริ่มพบปัญหาเกมมัลติเพลเยอร์เด้งหรือค้างหลังติดตั้งอัปเดตระบบที่ออกมาในหรือหลังวันที่ 11 สิงหาคม โดย Microsoft ระบุว่ากำลังตรวจสอบสาเหตุของอาการนี้อยู่ ขณะนี้บริษัทรับรองแล้ว…

ผู้ใช้ Windows 11 บางส่วนเริ่มพบปัญหาเกมมัลติเพลเยอร์เด้งหรือค้างหลังติดตั้งอัปเดตระบบที่ออกมาในหรือหลังวันที่ 11 สิงหาคม โดย Microsoft ระบุว่ากำลังตรวจสอบสาเหตุของอาการนี้อยู่ ขณะนี้บริษัทรับรองแล้วว่ามีรายงานความผิดปกติกับเกมบางรายการในวงจำกัด และอาการที่พบได้แก่ เกมไม่ตอบสนอง ปิดตัวเองโดยไม่มีคำเตือน แสดงข้อผิดพลาด EXCEPTION_ACCESS_VIOLATION หรือแม้แต่เครื่องรีสตาร์ตเองโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
จากข้อมูลที่ Microsoft เปิดเผย เกมที่ได้รับการยืนยันว่ามีปัญหาแล้วมีอย่างน้อยสามเกม ได้แก่ Arc Raiders, Marvel Tōkon: Fighting Souls และ The Finals อย่างไรก็ตาม Microsoft ยังเปิดทางให้ผู้ใช้อื่นที่เจอปัญหาคล้ายกันส่งรายงานผ่านแอป Feedback Hub เพื่อช่วยยืนยันว่าปัญหาเชื่อมโยงกับอัปเดตล่าสุดจริงหรือไม่ โดยในเบื้องต้นกรณีที่พบรายงานชัดเจนอยู่บน Windows รุ่นไคลเอนต์ 25H2 และ 24H2 ขณะที่ 26H1 ยังไม่ถูกรายงานว่ามีอาการเดียวกัน
ฝั่งผู้พัฒนาเกม Arc Raiders คือ Embark ระบุผ่าน Discord ว่าสาเหตุของการล่มน่าจะเกี่ยวข้องกับไฟล์ไดรเวอร์ inpoutx64.sys ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปหลังอัปเดต Windows หากคำอธิบายนี้ถูกต้อง ก็มีแนวโน้มว่าผู้ใช้จะต้องรอแพตช์จากฝั่ง Microsoft ในอนาคตมากกว่าจะแก้ได้ด้วยตัวเกมเองทันที Embark จึงเสนอวิธีแก้ชั่วคราวผ่าน Command Prompt ด้วยคำสั่งหยุดและลบ service ของ inpoutx64 รวมถึงลบไฟล์ที่เกี่ยวข้องในโฟลเดอร์ไดรเวอร์ แต่บริษัทและสื่อก็ย้ำว่าควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะยังไม่ได้ทดสอบยืนยันอย่างเป็นทางการทุกกรณี
อัปเดตที่ถูกโยงว่าทำให้เกิดปัญหานี้คือ KB5121003 ซึ่งมีรายการอัปเดตด้านความปลอดภัยมากกว่า 400 รายการ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงส่วนใดเป็นต้นเหตุ นอกจากเกมล่มแล้ว ยังมีผู้ใช้บางส่วนรายงานปัญหาภาพเพี้ยนและจอดำหลังติดตั้งอัปเดตเดียวกัน โดยมีตัวอย่างจากเกมอย่าง Valorant และ Roblox ทั้งบนเครื่องที่ใช้การ์ดจอแยกและกราฟิกออนบอร์ด ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าบางคนแก้ปัญหาได้ชั่วคราวด้วยการถอนการติดตั้ง KB5121003 ออก
ในเชิงทางปฏิบัติ ผู้ที่เจอปัญหาและต้องการย้อนกลับไปใช้เวอร์ชันก่อนหน้า สามารถเข้าไปที่ Windows Update > Update history > Uninstall updates แล้วถอนการติดตั้งอัปเดตที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนที่ระบุ แม้ยังไม่มีกรอบเวลาชัดเจนว่า Microsoft จะปล่อยแพตช์แก้ไขเมื่อใด แต่ในตอนนี้การถอนอัปเดตล่าสุดถือเป็นทางเลือกชั่วคราวที่ปลอดภัยกว่าสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้เล่นเกมออนไลน์ที่ต้องการลดความเสี่ยงของการล่มระหว่างใช้งาน


