David Szymanski มองยุคกลางทศวรรษ 2000 คือยุคทองของเกม FPS
ในคอลัมน์ Disk Cleanup ของ PC Gamer เดวิด ซิมานสกี ผู้สร้าง Dusk และ Iron Lung เล่าถึงเกมที่ติดตั้งอยู่บนพีซีและมุมมองของเขาต่อประวัติศาสตร์เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง โดยเขาเปิดเผยว่าเกมที่ทำให้รู้สึก…

ในคอลัมน์ Disk Cleanup ของ PC Gamer เดวิด ซิมานสกี ผู้สร้าง Dusk และ Iron Lung เล่าถึงเกมที่ติดตั้งอยู่บนพีซีและมุมมองของเขาต่อประวัติศาสตร์เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง โดยเขาเปิดเผยว่าเกมที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ “เข้าไปอยู่ในอีกโลก” ครั้งแรกไม่ใช่ Doom หรือเกมยิงคลาสสิกอย่างที่หลายคนคาด แต่คือ Myst ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญที่มีผลต่อความหลงใหลในเกมของเขาในเวลาต่อมา
ซิมานสกีซึ่งเป็นหนึ่งในคนสำคัญของกระแส retro FPS revival โด่งดังจาก Dusk และต่อมาทำเกมสยองขวัญสั้นอย่าง Iron Lung เขายังบอกว่าปัจจุบันกำลังพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ชื่อ B.U.G.B.I.T.E ซึ่งเป็นเกมมุมมองไอโซเมตริกและยังอยู่ในช่วงต้นของการสร้าง เขายอมรับว่าตัวเองมักเปลี่ยนแนวทางงานเสมอ ทำให้ยังอธิบายเกมนี้แบบสั้นและชัดเจนได้ยาก
เกมที่เขากำลังเล่นอยู่ตอนนี้คือ Instinct เกม FPS ปี 2007 ที่เขาเรียกว่าเป็นงานแบบ “slavjank” หรือเกมยุโรปตะวันออกที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว แม้จะดูพื้นฐานและค่อนข้างแข็ง แต่เขามองว่าความเรียบง่ายของมันกลับเข้าถึงง่าย เขาใช้เกมนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการพูดถึงยุคกลางทศวรรษ 2000 ว่าเป็นช่วงเวลาทองของเกม FPS เพราะเป็นยุคที่แนวทางของเกมยิงยังหลากหลายมาก ก่อนที่ตลาดจะถูกกำหนดรูปแบบโดยเกมสไตล์ Call of Duty มากขึ้นในเวลาต่อมา
เขาเปรียบเทียบให้เห็นว่าช่วงนั้นมีทั้ง Serious Sam, Painkiller, Halo, Half-Life 2, Doom 3 และ Far Cry ซึ่งล้วนมีระบบและอารมณ์การเล่นต่างกันมาก เขามองว่านี่คือยุคที่เกมยิงยังมีพื้นที่ให้ทดลอง ทั้งในด้านโครงสร้างเกม จังหวะการต่อสู้ และแนวคิดเชิงออกแบบ โดยเขาเรียกยุค 90s ว่าเป็นเหมือน “ยุคเงิน” ส่วนปลาย 90s ถึงต้น–กลาง 2000s คือ “ยุคทอง” ของ FPS ก่อนที่ต่อมาจะเข้าสู่ยุคที่แนวเกมถูกทำให้เป็นสูตรสำเร็จมากขึ้น
เมื่อพูดถึงเกมที่เล่นล่าสุด ซิมานสกีกล่าวถึง The Forest และ Subnautica ว่าแม้ตัวเองจะไม่ใช่แฟนตัวยงของเกมแนว survival crafting ในอดีต แต่ตอนนี้เริ่มเห็นว่าตัวเองชอบเกมลักษณะนี้มากขึ้นหากมันมีเป้าหมายชัดเจน อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าเป็นคนเล่นเกมจบยาก และมักหยุดหลังเล่นไปราว 20 ชั่วโมง แม้จะชอบเกมมากก็ตาม เขายก Pragmata เป็นเกมที่เพิ่งเล่นจบและยังติดตั้งอยู่เพราะยังไม่ 100% ซึ่งเขามองว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดที่เล่นในปีนี้ เพราะเป็นเกม AAA ที่สั้น เป็นเกมเล่นคนเดียว และยังมีไอเดียเชิงกลไกใหม่ๆ อยู่บ้าง
ในบรรดาเกมที่ติดตั้งอยู่ เขายก Doom เป็นเกมเก่าที่สุดบนเครื่อง และมองว่า Doom แทบจะเป็นเกม FPS ที่ดีที่สุดตลอดกาล ทั้งในแง่ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และความเล่นสนุกในปัจจุบัน เขาอธิบายว่า Doom มีความ “วุ่นวายอย่างมีเสน่ห์” ที่ทำให้ดัดแปลงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเพิ่มกลิ่นสยองขวัญหรือความขี้เล่น ก็ยังคงทำงานได้ดี ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมซีรีส์นี้ยังอยู่ได้ยาวนาน
ซิมานสกียังเล่าว่าเกมที่เขาใช้เวลาเล่นมากที่สุดบน Steam คือ Counter-Strike 2/Global Offensive รวมกัน 324 ชั่วโมง และเกมผู้เล่นคนเดียวที่ใช้เวลามากสุดคือ Elden Ring ที่ 186 ชั่วโมง แม้เขาจะไม่ได้จัดให้อยู่ในท็อป 10 ส่วนตัว แต่ก็มองว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ดึงดูดเขาได้มากที่สุด พร้อมยอมรับว่าตัวเองชอบเกมแนว soulslike อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเพราะ Elden Ring รวบรวมจุดเด่นจากหลายภาคก่อนหน้ามาไว้ในเกมเดียว
ท้ายที่สุด เกมที่เขาบอกว่าจะไม่ลบทิ้งจากเครื่องอย่างแน่นอนคือ Infra ซึ่งเขามองว่าเป็นเกมที่เล่นซ้ำได้เรื่อยๆ และกลายเป็น comfort game ของเขา ความสนใจของซิมานสกีสะท้อนรสนิยมที่ชัดเจนไปทางเกมที่มีเอกลักษณ์ ไม่ยึดติดสูตรสำเร็จ และเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นสำรวจความแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็น FPS คลาสสิก เกมสยองขวัญสั้น หรือเกมเอาตัวรอดที่มีเป้าหมายชัดเจน


