Space Force เปิดทางสองบริษัทใหม่ร่วมชิงสัญญาปล่อยดาวเทียม แต่รายหนึ่งไม่ใช่บริษัทจรวด
กองกำลังอวกาศสหรัฐฯ หรือ Space Force ได้เพิ่มบริษัทอีก 2 รายเข้ามาอยู่ในกลุ่มผู้มีสิทธิ์แข่งขันสัญญาปล่อยยานอวกาศของกองทัพ ได้แก่ Relativity Space และ Impulse Space ซึ่งสะท้อนว่าตลาดปล่อยจรวดของกองทัพ…

กองกำลังอวกาศสหรัฐฯ หรือ Space Force ได้เพิ่มบริษัทอีก 2 รายเข้ามาอยู่ในกลุ่มผู้มีสิทธิ์แข่งขันสัญญาปล่อยยานอวกาศของกองทัพ ได้แก่ Relativity Space และ Impulse Space ซึ่งสะท้อนว่าตลาดปล่อยจรวดของกองทัพยังคงเป็นแหล่งรายได้ขนาดใหญ่และเป็นเครื่องหมายสำคัญของความพร้อมด้านเทคโนโลยีสำหรับบริษัทเอกชนในอุตสาหกรรมอวกาศ
กรณีของ Relativity Space ไม่ได้สร้างความประหลาดใจมากนัก เพราะบริษัทกำลังเดินหน้าพัฒนาจรวดขนส่งหนัก Terran R และมีความคืบหน้าไปสู่การขึ้นบินจริงอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การนำของเอริก ชมิดต์ อดีตซีอีโอ Google บริษัทนี้ยังคงมุ่งผลักดันให้จรวดแบบกึ่งใช้ซ้ำได้ของตนไปถึงแท่นปล่อย เพื่อเข้าแข่งขันในตลาดที่มีมูลค่าสูงและต้องการความน่าเชื่อถือระดับสูง
จุดที่น่าสนใจกว่าคือการได้สิทธิ์ของ Impulse Space เพราะบริษัทนี้ไม่ได้ทำธุรกิจหลักด้านจรวดจากพื้นโลก แต่เชี่ยวชาญการสร้างยานอวกาศสำหรับภารกิจในวงโคจรและการปฏิบัติงานในอวกาศอยู่แล้ว การถูกดึงเข้ามาอยู่ในกลุ่มผู้แข่งขันของ Space Force จึงสะท้อนว่ากองทัพอาจมองขีดความสามารถด้านการเคลื่อนย้ายและปฏิบัติการในอวกาศเป็นองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับภารกิจปล่อยยานในภาพรวมด้วย
ข่าวนี้ยังสะท้อนโครงสร้างการแข่งขันในอุตสาหกรรมอวกาศของสหรัฐฯ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทจรวดรายใหญ่เดิม แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นรายใหม่ที่มีศักยภาพทางเทคนิคเข้ามารับงานจากภาครัฐได้ หากผ่านการประเมินด้านความพร้อมและความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของสัญญาด้านความมั่นคง
สำหรับอุตสาหกรรมโดยรวม การถูกคัดเลือกเข้าไปในกลุ่มผู้มีสิทธิ์ชิงงานของ Space Force หมายถึงโอกาสสร้างรายได้ระยะยาวและยกระดับภาพลักษณ์ของบริษัทไปพร้อมกัน โดยเฉพาะในตลาดที่การแข่งขันสูง ต้นทุนการพัฒนาใหญ่ และความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจถือเป็นตัวชี้วัดความอยู่รอดของธุรกิจอวกาศยุคใหม่


