Swords of Legends โชว์แอ็กชันจัดเต็ม แต่ยังน่าห่วงว่าทิ้งความเป็น RPG ไปหรือไม่
Swords of Legends เกมภาคต่อของซีรีส์ Gujian ที่เก่าแก่ในจีน ถูกจับตามองจากเดโมล่าสุดในงานเกมใหญ่ปีนี้ เพราะแม้จะนำเสนอโลกแฟนตาซีจีนและงานภาพระดับ Unreal Engine 5 ได้งดงามมาก แต่สิ่งที่ผู้เล่นสัมผัสได้…

Swords of Legends เกมภาคต่อของซีรีส์ Gujian ที่เก่าแก่ในจีน ถูกจับตามองจากเดโมล่าสุดในงานเกมใหญ่ปีนี้ เพราะแม้จะนำเสนอโลกแฟนตาซีจีนและงานภาพระดับ Unreal Engine 5 ได้งดงามมาก แต่สิ่งที่ผู้เล่นสัมผัสได้กลับเอนเอียงไปทาง “แอ็กชัน” มากกว่า “RPG” อย่างชัดเจน
บทความมองว่า ซีรีส์ Gujian เคยเป็นเกมสวมบทบาทแบบเทิร์นเบสที่ให้ความสำคัญกับตัวละคร เรื่องราว และการสร้างโลกอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะค่อย ๆ ปรับตัวให้เน้นระบบต่อสู้มากขึ้นในภาคหลัง ๆ ขณะที่ภาคใหม่ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ Swords of Legends ดูเหมือนจะเดินไปไกลกว่าเดิม จนผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าเอกลักษณ์ด้านเนื้อหาและบทสนทนาอาจถูกลดทอนลง
จากเดโมที่ได้ลองเล่น สิ่งที่เด่นที่สุดคือการต่อสู้กับบอสและฉากลุยด่านเชิงเส้นที่เน้นความรวดเร็วมากกว่าการสำรวจหรือการตัดสินใจเชิงบทบาท ตัวละครที่ผู้เล่นควบคุมถูกออกแบบมาแบบค่อนข้างคลุมเครือในเชิงบุคลิก เมื่อเทียบกับความทรงจำที่ซีรีส์นี้เคยโดดเด่นด้านคาแรกเตอร์และการเล่าเรื่อง ผู้เขียนจึงกังวลว่าระบบ RPG ที่เคยเป็นหัวใจอาจเหลือเพียงตัวเลขค่าสเตตัสบนหน้าจอ
อย่างไรก็ตาม ในมุมของเกมแอ็กชัน Swords of Legends ดูมีไอเดียที่น่าสนใจ ระบบอาวุธและอาร์ติแฟกต์สามารถเปลี่ยนท่าป้องกันหรือสกิลต่อสู้ได้หลากหลาย ทำให้สไตล์การเล่นปรับเปลี่ยนได้ทันที ตั้งแต่การตั้งรับแบบใช้จังหวะพิเศษ ไปจนถึงการแลกหมัดเชิงรุกหรือการสวนกลับด้วยพาร์รีที่ต้องกะจังหวะแม่นยำ บทความชี้ว่าระบบนี้ทำให้เกมไม่ได้อยู่ใต้เงาของเกมแนวพาร์รีชื่อดังเพียงอย่างเดียว แม้จะยังมีกลิ่นอายของเกมสายโหดที่ต้องอ่านจังหวะศัตรูอยู่มาก
ผู้เขียนยังเชื่อมโยงประเด็นนี้กับกระแสตลาดเกมจีนงบสูงหลังความสำเร็จของ Black Myth Wukong โดยมองว่าความสำเร็จดังกล่าวอาจกลายเป็นต้นแบบที่ทำให้ผู้พัฒนาเกมใหม่ ๆ หันไปเน้นแอ็กชันและความเป็น Souls-like มากเกินไป จนละเลยศักยภาพของเกม RPG แบบเต็มตัว ทั้งที่ตำนานและเทพนิยายจีนมีมิติให้เล่าได้อีกมาก
แม้จะมีความกังวลเรื่องทิศทางของเกม แต่บทความก็ย้ำว่า Swords of Legends ยังมีเสน่ห์จากงานออกแบบที่แปลกและสร้างสรรค์ เช่น บอสที่เป็นนักเวทลอยบนพรม หรือศัตรูสวมหม้อชาเป็นหมวกและใช้หม้อชงชาต่อสู้ ฉากเหล่านี้สะท้อนความเป็นนิทานพื้นบ้านและจินตนาการที่เฉพาะตัว ซึ่งทำให้เกมน่าจับตาในฐานะงานที่ยังมีความเป็นจีนสูงและมีเอกลักษณ์ทางศิลป์
สรุปแล้ว บทความเห็นว่า Swords of Legends มีศักยภาพจะเป็นเกมแอ็กชันที่สนุกและภาพสวย แต่ยังต้องรอดูว่าจะรักษา DNA ของซีรีส์ RPG เดิมไว้ได้มากแค่ไหน เพราะหากเหลือเพียงการต่อสู้กับบอสในด่านเชิงเส้น ก็อาจพลาดโอกาสที่จะเป็นผลงานที่ขยายขอบเขตของเกมจีนระดับบล็อกบัสเตอร์ได้อย่างแท้จริง


