The Odyssey กลับเข้า IMAX หลัง Digger เปิดตัวไม่แรง
ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของทอม ครูซที่ในข่าวใช้ชื่อว่า Digger เปิดตัวทั่วโลกได้เพียงราว 20 ล้านดอลลาร์ในสุดสัปดาห์แรก แม้รายงานว่ามีต้นทุนสร้างสูงถึง 160 ล้านดอลลาร์ ทำให้กระแสตอบรับด้านรายได้ดูไม่น่าพอใจ…

ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของทอม ครูซที่ในข่าวใช้ชื่อว่า Digger เปิดตัวทั่วโลกได้เพียงราว 20 ล้านดอลลาร์ในสุดสัปดาห์แรก แม้รายงานว่ามีต้นทุนสร้างสูงถึง 160 ล้านดอลลาร์ ทำให้กระแสตอบรับด้านรายได้ดูไม่น่าพอใจนัก ขณะที่ผลงานอีกเรื่องของคริสโตเฟอร์ โนแลนอย่าง The Odyssey ยังคงวิ่งแรงต่อเนื่องและทำรายได้จากโรงภาพยนตร์ไปแล้วประมาณ 1.76 พันล้านดอลลาร์
ตามรายงาน ระยะฉายของ Digger บนจอ IMAX กำลังจะสิ้นสุดลงหลังจากเริ่มฉายในวันที่ 2 ตุลาคม และจะถูกแทนที่ด้วย The Odyssey ในโรง IMAX บางแห่งตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม การสลับรอบฉายครั้งนี้สะท้อนว่าภาพยนตร์ของโนแลนยังคงมีแรงดึงดูดสูง โดยเฉพาะในระบบ IMAX ที่มีโรงฉายจริงเพียง 41 แห่งทั่วโลกซึ่งรองรับฟิล์ม 15-perf/70mm ตามสัดส่วนภาพที่ผู้สร้างตั้งใจให้ชม
แม้ Digger จะถูกถ่ายทำในระบบ VistaVision และได้รับโอกาสฉายใน IMAX แต่กระแสตอบรับจากนักวิจารณ์ไม่ช่วยหนุนรายได้มากนัก IGN ให้คะแนนบทภาพยนตร์เป็นจุดอ่อนสำคัญ และคะแนนบน Rotten Tomatoes ก็อยู่ที่ 51% เท่านั้น แคมเปญโฆษณาที่พยายามหยิกแกมหยอกกระแสวิจารณ์เชิงลบก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ฝั่ง The Odyssey แม้จะได้รับคำชมโดยรวม แต่ก็ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน โดยเฉพาะ Emily Wilson ผู้แปลผลงานต้นฉบับของโฮเมอร์ ซึ่งแสดงความไม่พอใจต่อการตีความของโนแลนอย่างมาก ข่าวยังชี้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นหนังทำเงินอันดับ 2 ของปี รองจาก Spider-Man: Brand New Day ที่กวาดรายได้เกิน 2 พันล้านดอลลาร์แล้ว
โดยสรุป บทความนี้สะท้อนภาพการแข่งขันในโรง IMAX ที่ผลงานของโนแลนยังคงมีอิทธิพลสูง ขณะที่หนังใหม่ของครูซเปิดตัวต่ำกว่าคาดและกำลังถูกถอดออกจากจอพิเศษเร็วผิดปกติ สำหรับผู้ชมที่อยากดู The Odyssey ตามเจตนาของผู้กำกับ จึงมีโอกาสช่วงสั้น ๆ ก่อนที่รอบฉายจะเปลี่ยนไปตามตารางของโรง IMAX

