บทวิจารณ์ชี้ The Social Reckoning เล่าเรื่องเฟซบุ๊กยุควิกฤตได้ แต่ยังไม่คมเท่าที่ควร
บทความของ The Verge วิจารณ์ภาพยนตร์ The Social Reckoning ว่าเป็นหนังระทึกขวัญเชิงการเมืองที่ค่อนข้าง “อุ่น” และไม่ค่อยเฉียบคม แม้จะหยิบยกประเด็นใหญ่เกี่ยวกับเฟซบุ๊ก มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และผลกระทบของ…

บทความของ The Verge วิจารณ์ภาพยนตร์ The Social Reckoning ว่าเป็นหนังระทึกขวัญเชิงการเมืองที่ค่อนข้าง “อุ่น” และไม่ค่อยเฉียบคม แม้จะหยิบยกประเด็นใหญ่เกี่ยวกับเฟซบุ๊ก มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อสังคมมานำเสนอ. บทวิจารณ์เริ่มด้วยการเทียบกับ The Social Network ของเดวิด ฟินเชอร์ในปี 2010 ซึ่งในเวลานั้นยังสะท้อนภาพซักเคอร์เบิร์กในฐานะผู้ก่อตั้งอัจฉริยะที่กำลังเปลี่ยนโลก และแม้บทของอารอน ซอร์คินจะวิจารณ์ตัวตนและวิธีทำธุรกิจของเขา แต่หนังก็ยังช่วยเสริมสร้างตำนานของเขาไปพร้อมกันด้วย.
ผู้เขียนชี้ว่าเมื่อเวลาผ่านไป มุมมองของสาธารณะต่อซักเคอร์เบิร์กและเฟซบุ๊กเปลี่ยนไปมาก จากความหลงใหลในพลังของซิลิคอนวัลเลย์ไปสู่ความระแวงต่ออิทธิพลของแพลตฟอร์มที่เติบโตจนกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตออนไลน์ หนังเรื่องใหม่พยายามเล่าเรื่องในบริบทของยุคที่บรรยากาศดังกล่าวเปลี่ยนไปแล้ว และเน้นความขัดแย้งด้านจริยธรรม อำนาจ และความรับผิดชอบของบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น.
อย่างไรก็ตาม บทวิจารณ์ระบุว่าแม้ประเด็นจะหนักและมีความสำคัญ หนังกลับให้ความรู้สึกเรียบและปลอดภัยเกินไป ไม่ได้สร้างแรงกดดันหรือความตื่นเต้นทางอารมณ์เท่าที่ควรสำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับบริษัทแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ การสืบสวนภายใน และบุคคลที่ออกมาเปิดโปงปัญหาในองค์กร. ผลลัพธ์คือหนังดูเหมือนพยายามทบทวนยุคสมัยของเฟซบุ๊กมากกว่าจะเจาะลึกให้คมกริบถึงต้นตอของวิกฤต.
ภาพรวมของบทความจึงไม่ได้พูดถึงแค่คุณภาพของหนัง แต่ยังสะท้อนวิธีที่ฮอลลีวูดและสังคมอเมริกันมองเฟซบุ๊กและซิลิคอนวัลเลย์เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไร จากเรื่องราวความสำเร็จของสตาร์ทอัปสู่เรื่องเล่าที่ผูกกับอำนาจ การชี้นำข้อมูล และคำถามเรื่องความรับผิดชอบของผู้สร้างแพลตฟอร์ม. ในเชิงข่าวเทค บทวิจารณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าเรื่องราวเกี่ยวกับบิ๊กเทคยังคงเป็นประเด็นสำคัญทางวัฒนธรรมและการเมือง แม้การนำเสนอผ่านหนังอาจยังไม่ทรงพลังพอจะสรุปยุคสมัยนั้นได้อย่างเด็ดขาด.

