Valve เปิดตัว Steam Frame หวังกระตุ้นตลาด PCVR ที่ซบเซาบน Steam
Valve กำลังพยายามดันกระแส VR บนพีซีให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Steam Frame ท่ามกลางช่วงเวลาที่ตลาดเกม VR บน Steam ซบเซาที่สุดในรอบหลายปี บทความชี้ว่า แม้ชุดหูฟังแบบสแตนด์อโลนอย่าง Meta…

Valve กำลังพยายามดันกระแส VR บนพีซีให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Steam Frame ท่ามกลางช่วงเวลาที่ตลาดเกม VR บน Steam ซบเซาที่สุดในรอบหลายปี บทความชี้ว่า แม้ชุดหูฟังแบบสแตนด์อโลนอย่าง Meta Quest จะครองความนิยม แต่ในระบบนิเวศของ Steam ยังมีผู้ใช้ VR จำนวนมากที่ต่อพีซีกับเฮดเซ็ตของตนอยู่ แสดงให้เห็นว่ายังมีฐานผู้เล่นและโอกาสทางการตลาดสำหรับ PCVR อยู่ไม่น้อย
ข้อมูลจาก Steam Hardware Survey สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างชัดเจน โดย Quest 2, Quest 3 และ Quest 3S รวมกันครองสัดส่วนผู้ใช้เฮดเซ็ตที่เชื่อมต่อกับพีซีมากกว่า 60% ขณะที่ Valve Index ซึ่งเป็นรุ่นหลักของ Valve ที่เปิดตัวในปี 2019 ตกไปอยู่อันดับสี่ ส่วนอุปกรณ์รุ่นใหม่อย่าง Bigscreen Beyond ยังมีส่วนแบ่งเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับยุคบูมของ PCVR ราวปี 2016-2017 ที่ HTC Vive และ Oculus Rift เคยเป็นตัวแทนของเทคโนโลยี VR ระดับเรือธง
ด้านคอนเทนต์ สถานการณ์ของเกม VR บน Steam ดูน่ากังวลมากขึ้นเมื่อเทียบกับเกมทั่วไป จำนวนเกม VR ที่ออกใหม่บนแพลตฟอร์มแตะจุดสูงสุดราวปี 2017 ก่อนจะทรงตัวหรือลดลงต่อเนื่อง และในปี 2025 มีเกม VR ออกเพียง 481 เกม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบสิบปี สัดส่วนเกม VR ต่อเกมที่ออกใหม่ทั้งหมดบน Steam ก็ลดลงจากราว 15% ในปี 2017 เหลือเพียง 2% ในปี 2025 สะท้อนว่า VR บนพีซียังรักษาแรงส่งไว้ไม่ได้เท่าที่ควร
Valve มองว่า Steam Frame อาจเป็นตัวช่วยเปลี่ยนทิศทางได้ เพราะตัวเครื่องถูกออกแบบให้รองรับทั้งการสตรีมเกมจากพีซีแบบไร้สายผ่านอะแดปเตอร์เฉพาะ และการรันแอปบนฮาร์ดแวร์ภายในที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 3 เอง จากประสบการณ์ทดสอบของผู้เขียน Steam Frame ทำผลงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้กับ PCVR แบบสตรีมไร้สาย ทำให้มันดูเป็นเฮดเซ็ต PCVR ที่มีความสามารถแบบสแตนด์อโลนมากกว่าจะเป็นอุปกรณ์สแตนด์อโลนเต็มตัว
เพื่อขยายคลังคอนเทนต์ Valve ยังวางโครงสร้างทางเทคนิคใหม่ด้วย Proton, FEX และ Lepton เพื่อรองรับเกมหลากหลายชนิดมากขึ้น ทั้งเกม Windows บน Linux เกม x86 บน Arm และเกม Android แบบ APK ซึ่งจะช่วยให้ Steam Frame เข้าถึงเกมจำนวนมากที่เดิมผูกอยู่กับแพลตฟอร์มอื่น โดยเฉพาะเกม VR ที่พัฒนามาจากฝั่ง Quest หากระบบนี้ได้ผล ก็อาจช่วยเติมจำนวนเกม VR ใหม่บน Steam และทำให้ฝั่งคอนเทนต์มีชีวิตชีวาขึ้นในระยะถัดไป
ผู้บริหารและวิศวกรของ Valve ย้ำว่าบริษัทไม่ได้มอง Steam Frame เป็นแค่สินค้าใหม่ แต่เป็นการต่อยอดมรดกของตัวเองในวงการ VR และเป็นความพยายาม “จุดไฟ” ให้กับชุมชน PCVR อีกครั้ง พวกเขาหวังว่าอุปกรณ์นี้จะช่วยให้ผู้เล่นเข้าถึงเกมเดิมในคลัง Steam ได้ง่ายขึ้น พร้อมเปิดทางให้ผู้พัฒนาเข้ามาสร้างและพอร์ตเกมมากขึ้นในอนาคต แม้จะยังเร็วเกินไปจะสรุปผลสำเร็จ แต่ Steam Frame ถูกวางให้เป็นหมากสำคัญของ Valve ในการเชื่อมโลก VR บนพีซีเข้ากับตลาดที่กว้างขึ้นกว่าเดิม


