สหรัฐเดินหน้ากั้นโดรนและหุ่นยนต์ต่างชาติ แต่จีนยังได้เปรียบเรื่องกำลังผลิต
สหรัฐฯ กำลังเพิ่มมาตรการกีดกันโดรนและหุ่นยนต์ที่ผลิตจากต่างประเทศมากขึ้น โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับจีนและประเทศคู่แข่งในห่วงโซ่อุปทานที่อ่อนไหว อย่างไรก็ดี บท…

สหรัฐฯ กำลังเพิ่มมาตรการกีดกันโดรนและหุ่นยนต์ที่ผลิตจากต่างประเทศมากขึ้น โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับจีนและประเทศคู่แข่งในห่วงโซ่อุปทานที่อ่อนไหว อย่างไรก็ดี บทวิเคราะห์ชี้ว่ามาตรการเหล่านี้อาจไม่ทำให้จีนเสียเปรียบเท่าที่คาด เพราะจีนยังคงมีข้อได้เปรียบด้านกำลังผลิต ต้นทุน และเครือข่ายการผลิตขนาดใหญ่ที่ทำให้ปรับตัวและหาช่องทางใหม่ได้ง่ายกว่า
ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การห้ามนำเข้าหรือจำกัดการใช้งานอุปกรณ์บางประเภท แต่คือการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งเกี่ยวพันทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์ ความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สหรัฐฯ มองว่าโดรนและหุ่นยนต์จากต่างชาติอาจสร้างความเสี่ยงด้านข้อมูลและความปลอดภัย จึงต้องเร่งสร้างกำแพงทางนโยบายขึ้นมาเพื่อควบคุมตลาดภายในประเทศ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง จีนมีขนาดอุตสาหกรรมใหญ่พอที่จะรับแรงกระแทกจากข้อจำกัดของสหรัฐฯ ได้มากกว่าคู่แข่งรายอื่น ไม่ว่าจะเป็นการกระจายการส่งออกไปตลาดใหม่ การใช้ฐานการผลิตที่กว้างขวาง หรือการปรับผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับข้อกำหนดของประเทศต่าง ๆ ได้รวดเร็วกว่า ส่งผลให้การแข่งขันไม่ได้จบลงที่การปิดกั้นในสหรัฐฯ หากแต่อาจย้ายสนามไปสู่ภูมิภาคอื่นแทน
บทความจึงสะท้อนว่าการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าและความมั่นคงอาจช่วยลดความเสี่ยงภายในสหรัฐฯ ได้บางส่วน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดยั้งอิทธิพลของจีนในตลาดเทคโนโลยีเกิดใหม่เหล่านี้โดยสิ้นเชิง ตรงกันข้าม จีนอาจใช้ความได้เปรียบด้านสเกลเพื่อรักษาสถานะผู้นำและเดินหน้าทำตลาดในประเทศที่มีกฎเกณฑ์ผ่อนคลายกว่า
สำหรับอุตสาหกรรมโดยรวม แนวโน้มนี้บ่งชี้ว่าห่วงโซ่อุปทานของโดรนและหุ่นยนต์กำลังแตกตัวเป็นบล็อกตามภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น ผู้ผลิตและผู้ซื้อจึงต้องเผชิญกับต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนด้านซัพพลาย และความเป็นไปได้ที่มาตรฐานด้านความปลอดภัยกับการตรวจสอบแหล่งที่มาของอุปกรณ์จะเข้มงวดขึ้นในหลายประเทศในอนาคต


