SK hynix ชี้ราคาแรมขึ้นได้จำกัด ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนหน่วยความจำ
ประธานกลุ่ม SK hynix อย่าง Chey Tae-won ออกมายอมรับต่อสื่อว่าราคาเมมโมรีในตลาดตอนนี้อยู่ในระดับ “สูงผิดปกติ” และเตือนว่าการปรับขึ้นราคามีขีดจำกัด แม้จะเป็นมุมมองจากฝั่งธุรกิจ แต่ก็สะท้อนว่าผู้ผลิตชิป…

ประธานกลุ่ม SK hynix อย่าง Chey Tae-won ออกมายอมรับต่อสื่อว่าราคาเมมโมรีในตลาดตอนนี้อยู่ในระดับ “สูงผิดปกติ” และเตือนว่าการปรับขึ้นราคามีขีดจำกัด แม้จะเป็นมุมมองจากฝั่งธุรกิจ แต่ก็สะท้อนว่าผู้ผลิตชิปรายใหญ่เองเริ่มมองเห็นแรงกดดันต่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมปลายน้ำมากขึ้น
คำพูดของเขามีใจความสำคัญว่า หากต้องการให้ราคาลดลงจริง สิ่งจำเป็นคือการเพิ่มซัพพลาย ไม่ใช่แค่ปล่อยให้ราคาปรับสูงต่อไป โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์ปัจจุบันทำให้ผู้ผลิต AI ยังพอรับต้นทุนที่สูงขึ้นได้จากงบลงทุนจำนวนมาก แต่ผู้ผลิตพีซีและสมาร์ตโฟนไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจากผลักภาระต้นทุนไปยังราคาสินค้าสำเร็จรูป
เขาย้ำด้วยว่าลูกค้าหลักของสินค้ากลุ่มนี้เป็นผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งมีความสามารถในการรับราคาที่สูงขึ้นจำกัด ต่างจากตลาด AI ที่เงินลงทุนยังหนุนได้ต่อเนื่อง ดังนั้นหากราคาชิปยังไต่ระดับต่อไปเรื่อย ๆ จะเกิดภาวะที่เรียกว่า chipflation คือราคาชิปดันให้ราคาสินค้าปลายทางแพงขึ้นตามไปด้วย
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ SK hynix กำลังพิจารณาสร้างโรงงานในสหรัฐฯ เพื่อช่วยเรื่องซัพพลายและแรงกดดันทางการค้า ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทมองปัญหานี้ในเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่เรื่องราคาชั่วคราวเท่านั้น ประธานบอร์ดยังระบุว่าการเพิ่มกำลังการผลิตแม้จะทำให้กำไรต่อหน่วยลดลงบ้าง แต่จำเป็นต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เกาหลีใต้ในระยะยาว
เขาให้เหตุผลว่า หากไม่ลงทุนสร้างโรงงานและปล่อยให้ราคาสูงต่อเนื่อง ตลาดอาจหดตัวและเปิดช่องให้ผู้เล่นรายใหม่เข้ามาแข่งขันมากขึ้น ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ผู้ผลิตรายใหญ่ไม่ต้องการ ขณะเดียวกัน CEO ของ SK hynix ยังประเมินว่า ปีหน้าจะเป็นปีที่ยากที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมในมุมมองของฝั่งซัพพลาย และมองว่าอุปสงค์จะยังสูงกว่าซัพพลายต่อเนื่องไปถึงหลังปี 2030
อย่างไรก็ตาม มุมมองนี้ไม่ได้แปลว่าวิกฤตจะคลี่คลายง่าย ๆ เพราะบทวิเคราะห์อิสระบางส่วนยังคาดว่าแรงตึงตัวของตลาด DRAM จะดำเนินต่อไป แม้ผู้ผลิตรายใหญ่ รวมถึงผู้เล่นจากจีน จะเร่งขยายกำลังผลิตแล้วก็ตาม สรุปแล้ว แม้คำเตือนของ SK hynix จะช่วยย้ำว่าราคาแรมไม่อาจขึ้นได้ไม่สิ้นสุด แต่สถานการณ์จริงอาจยังขึ้นกับแรงส่งจากดีมานด์ AI ว่าจะชะลอลงเมื่อใด มากกว่าความตั้งใจของฝั่งซัพพลายเพียงอย่างเดียว


