ฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกปีนี้สงบผิดปกติ จนเกือบไร้พายุช่วงพีก
บทความอธิบายว่า ฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกปีนี้มีความผิดปกติอย่างมาก เพราะช่วงเวลาที่โดยปกติถือเป็นจุดพีคของฤดูกาลราววันที่ 10 กันยายน กลับแทบไม่พบทั้งคลื่นมรสุม พายุดีเปรสชัน หรือแม้แต่พายุโซนร้อนและเฮอริ…

บทความอธิบายว่า ฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกปีนี้มีความผิดปกติอย่างมาก เพราะช่วงเวลาที่โดยปกติถือเป็นจุดพีคของฤดูกาลราววันที่ 10 กันยายน กลับแทบไม่พบทั้งคลื่นมรสุม พายุดีเปรสชัน หรือแม้แต่พายุโซนร้อนและเฮอริเคนเลย ทั้งที่โดยปกติช่วงนี้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในเขตร้อนจะอุ่นที่สุด และสภาพแวดล้อมมักเอื้อต่อการก่อตัวของระบบพายุเป็นพิเศษ
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ฤดูกาลปีนี้เงียบผิดปกติ คือบริเวณการก่อตัวของพายุในมหาสมุทรแอตแลนติกถูกปกคลุมด้วยฝุ่นจากทะเลทรายซาฮาราและมีกระแสลมเฉือนค่อนข้างแรง ปัจจัยทั้งสองอย่างนี้ขัดขวางการพัฒนาของกลุ่มเมฆและหย่อมความกดอากาศที่อาจทวีกำลังเป็นพายุหมุนเขตร้อน
แม้ความเงียบของฤดูกาลนี้จะดูแปลกในเชิงอุตุนิยมวิทยา แต่ผู้คนจำนวนมากไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องน่ากังวล ตรงกันข้าม การที่พายุลูกใหญ่ไม่ขึ้นฝั่งย่อมหมายถึงการลดความเสี่ยงต่อความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่ชายฝั่ง การท่วมฉับพลัน และผลกระทบต่อชุมชนในแผ่นดินใหญ่
บทความยังชี้ว่าพายุที่เกิดในอ่าวเม็กซิโกแม้ไม่ได้ขึ้นฝั่งก็ยังสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ โดยเฉพาะด้านพลังงาน เพราะสามารถทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นจากความกังวลเรื่องการผลิตและการขนส่งน้ำมันและก๊าซ ดังนั้นฤดูกาลที่พายุสงบจึงช่วยลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจในช่วงที่ยังเปราะบางอยู่
โดยรวมแล้ว บทความมองว่าฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกปีนี้เป็นหนึ่งในช่วงที่สงบผิดปกติที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในรอบหลายชั่วอายุคน และสะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยด้านสภาพอากาศในปีนี้ได้สกัดกั้นการก่อตัวของพายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะยังไม่อาจสรุปได้ว่าฤดูกาลจะจบลงโดยไม่มีพายุรุนแรงเกิดขึ้นในภายหลัง


