Genki Manta คอนโทรลเลอร์พีซีระดับโปรที่มีหน้าจอและระบบปฏิบัติการในตัว
Genki เปิดตัว Manta คอนโทรลเลอร์สำหรับพีซีรุ่นใหม่บน Kickstarter โดยชูจุดขายหลักคือมีหน้าจอสีขนาด 2.79 นิ้วติดอยู่ใต้อนาล็อก และรันระบบปฏิบัติการของตัวเองชื่อ Manta OS ซึ่งทำให้ผู้ใช้ปรับแต่งค่าต่าง ๆ…

Genki เปิดตัว Manta คอนโทรลเลอร์สำหรับพีซีรุ่นใหม่บน Kickstarter โดยชูจุดขายหลักคือมีหน้าจอสีขนาด 2.79 นิ้วติดอยู่ใต้อนาล็อก และรันระบบปฏิบัติการของตัวเองชื่อ Manta OS ซึ่งทำให้ผู้ใช้ปรับแต่งค่าต่าง ๆ ได้จากตัวคอนโทรลเลอร์โดยตรง ไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เสริมอื่นระหว่างใช้งาน
ฟีเจอร์บนตัวเครื่องเน้นไปที่การปรับแต่งระดับโปร เช่น ทริกเกอร์แบบสามจังหวะที่ตั้งค่าได้, dead zone, แรงสั่น, ปุ่มพายด้านหลัง 4 ปุ่ม และปุ่มเสริมอีก 2 ปุ่มบริเวณไหล่ โดยทั้งหมดสามารถ remap ได้ผ่านซอฟต์แวร์ของตัวเอง นอกจากนี้ยังรองรับการสลับโหมดไปใช้คีย์บอร์ดและเมาส์ได้ด้วย แม้ยังไม่ชัดเจนว่าหน้าจอจะเป็นแบบสัมผัสหรือใช้งานเมาส์บนตัวคอนโทรลเลอร์อย่างไร
ด้านสเปก Genki ระบุว่า Manta รองรับ polling rate สูงสุด 8,000 Hz เมื่อเสียบสาย และ 1,000 Hz ผ่านการเชื่อมต่อไร้สาย 2.4 GHz มีระยะเชื่อมต่อมากกว่า 10 เมตร ใช้ Bluetooth LE 6 และแบตเตอรี่อยู่ได้ยาวถึง 150 ชั่วโมง ตัวอนาล็อกใช้ TMR joysticks ส่วนทริกเกอร์เป็น Hall effect ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดปัญหาการเสื่อมแบบดริฟต์ในระยะยาว
อีกจุดที่น่าสนใจคือมีหน่วยความจำภายใน 16 MB สำหรับติดตั้งแอปลงใน Manta OS และบริษัทบอกว่อาจมีการเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลเป็นเป้าหมายเสริมในแคมเปญ ระดับน้ำหนักของตัวคอนโทรลเลอร์อยู่ราว 280-290 กรัม ใกล้เคียงกับ Xbox Series X controller ซึ่งทำให้ยังต้องรอดูว่าเมื่อนำหน้าจอและปุ่มเพิ่มเข้ามาแล้ว การจับถือจะสมดุลและใช้งานจริงได้ดีแค่ไหน
ในแง่ความเสี่ยง Genki เป็นแบรนด์ที่มีประสบการณ์ระดมทุนบน Kickstarter มาก่อนและเคยส่งสินค้าจริงสำเร็จ แต่การเป็นคอนโทรลเลอร์รุ่นแรกของบริษัทก็ยังทำให้ต้องพิสูจน์คุณภาพต่อไป ราคาก็ถือว่าสูงพอสมควร โดยเปิดที่ 189 ดอลลาร์สำหรับ Super Early Bird และขึ้นไปถึง 279 ดอลลาร์เมื่อวางขายปกติ ซึ่งแพงกว่าคอนโทรลเลอร์ระดับพรีเมียมหลายรุ่นในตลาด
เมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน เช่น Razer Wolverine V3 Pro 8K PC ที่ราคา 200 ดอลลาร์ หรือ Gamesir G7 Pro ที่มีราคาถูกกว่ามาก Genki Manta จึงต้องชนะใจผู้ใช้ด้วยประสบการณ์จากหน้าจอและระบบปฏิบัติการในตัวให้ได้จริง ไม่เช่นนั้นฟีเจอร์ที่ดูแปลกใหม่อาจไม่คุ้มกับราคาที่สูงเอามาก ๆ อย่างไรก็ดี แนวคิดคอนโทรลเลอร์ที่ปรับแต่งได้จากตัวเครื่องโดยตรงก็นับว่าน่าสนใจ และอาจเป็นตัวอย่างว่าตลาดอุปกรณ์เกมมิ่งกำลังเดินไปสู่การผสานฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์มากขึ้น


