กลุ่มอุตสาหกรรมประเมินต้นทุนเป้าหมายทรัมป์ดันเทคสหรัฐฯ ผลิตในประเทศ 100%
บทความนี้วิเคราะห์นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ที่ต้องการผลักดันให้เทคโนโลยีสำคัญของสหรัฐฯ ผลิตในประเทศทั้งหมด 100% โดยหวังลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากต่างประเทศ และสร้างความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์…

บทความนี้วิเคราะห์นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ที่ต้องการผลักดันให้เทคโนโลยีสำคัญของสหรัฐฯ ผลิตในประเทศทั้งหมด 100% โดยหวังลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากต่างประเทศ และสร้างความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อย่างเอไอ หุ่นยนต์ ชีวเทคโนโลยี ชิป และนิวเคลียร์ ผ่านแนวคิดที่เขาเรียกว่า “Genesis Mission” ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าซัพพลายเชนควรพึ่งตนเองได้แทบทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม Consumer Technology Association (CTA) ซึ่งเป็นสมาคมการค้าด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ เตือนมานานแล้วว่าเป้าหมายนี้แทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ เพราะสินค้าเทคโนโลยีสมัยใหม่พึ่งพาชิ้นส่วน วัตถุดิบ เครื่องมือการผลิต และกระบวนการข้ามพรมแดนจำนวนมาก การจะย้ายการผลิตทุกขั้นตอนกลับมาไว้ในสหรัฐฯ ไม่ใช่เพียงเรื่องของโรงงาน แต่ยังเกี่ยวพันกับเครือข่ายซัพพลายเออร์ แรงงานเฉพาะทาง ต้นทุนพลังงาน และเวลาลงทุนที่ยาวนาน
จุดที่ CTA พยายามนำเสนอคือการคำนวณต้นทุนจริง หากภาคธุรกิจต้องปฏิบัติตามแนวคิดดังกล่าว ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะไม่ตกอยู่กับผู้ผลิตอย่างเดียว แต่มีแนวโน้มส่งต่อไปยังผู้บริโภคผ่านราคาสินค้าที่สูงขึ้น รวมถึงอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของบริษัทอเมริกันเมื่อเทียบกับคู่แข่งต่างชาติที่ยังสามารถใช้ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกที่ยืดหยุ่นและต้นทุนต่ำกว่า
บทความยังสะท้อนว่า แนวทางของทรัมป์ไม่ใช่แค่การส่งเสริมการผลิตในประเทศแบบทั่วไป แต่เป็นความพยายามลดการพึ่งพาแม้แต่ประเทศพันธมิตรหรือประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งยิ่งทำให้เป้าหมายนี้ยากขึ้น เพราะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแทบทุกชนิดเติบโตจากการแบ่งงานกันผลิตในหลายภูมิภาคทั่วโลกมานานแล้ว การตัดขาดความเชื่อมโยงเหล่านี้อาจสร้างความเสี่ยงต่อการขาดแคลนชิ้นส่วนและความล่าช้าในการผลิต
โดยสรุป บทความมองว่านโยบายผลิตเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ให้ได้ 100% เป็นแนวคิดที่มีแรงผลักทางการเมืองสูง แต่ขาดความเป็นจริงด้านอุตสาหกรรมและเศรษฐศาสตร์ห่วงโซ่อุปทาน การประเมินของ CTA จึงมีน้ำหนักสำคัญในฐานะคำเตือนว่า หากเดินหน้านโยบายนี้เต็มรูปแบบ ผลลัพธ์อาจไม่ใช่การฟื้นอุตสาหกรรมอย่างที่ตั้งใจ แต่อาจกลายเป็นต้นทุนที่สูงขึ้นและความยืดหยุ่นของภาคเทคโนโลยีที่ลดลง


