Trent Reznor เล่าความผูกพันระหว่าง Doom กับงานดนตรีของเขาในงานฉลอง 30 ปี Quake
ในงาน QuakeCon ปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นในบรรยากาศย้อนไปหาเกมยิงระดับตำนานของ id Software มีการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของ Quake พร้อมเปิดตัวและปล่อยเอพิโซดใหม่ 19 ด่านระหว่างเวทีเสวนา โดยไฮไลต์สำคัญคือการปรากฏ…

ในงาน QuakeCon ปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นในบรรยากาศย้อนไปหาเกมยิงระดับตำนานของ id Software มีการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของ Quake พร้อมเปิดตัวและปล่อยเอพิโซดใหม่ 19 ด่านระหว่างเวทีเสวนา โดยไฮไลต์สำคัญคือการปรากฏตัวแบบสั้น ๆ ของ Trent Reznor แห่ง Nine Inch Nails ผู้รับหน้าที่แต่งเพลงให้กับ Quake ในฉบับดั้งเดิม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลงานที่ทำให้เกมมีเอกลักษณ์และถูกพูดถึงมาจนถึงปัจจุบัน
Reznor เล่าย้อนถึงประสบการณ์แรกที่ได้สัมผัสเกมตระกูล id อย่าง Wolfenstein ว่ามันเป็นสิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้ในยุคนั้น เพราะไม่มีอะไรในเกมที่เขาเคยรู้จักจะให้ความรู้สึกแบบเดียวกัน เขาถึงขั้นต้องซื้อพีซีเครื่องหนึ่งเพื่อเล่นมันโดยเฉพาะ ขณะที่ Doom ยิ่งสร้างแรงกระแทกทางวัฒนธรรมมากกว่าเดิมในสายตาเขา เพราะมันทั้งล้ำหน้าในเชิงเทคโนโลยีและให้อารมณ์เหมือนงานที่ไม่มีข้อจำกัดจากผู้ใหญ่หรือกฎเกณฑ์เดิม ๆ
สิ่งที่น่าสนใจคือ Reznor มองว่า Doom มีจุดร่วมกับแนวทางการทำเพลงของเขาในช่วงเวลานั้น โดยเฉพาะการ “บิดรูป” ของสิ่งต่าง ๆ เพื่อสื่ออารมณ์และตัวตนของตนเอง เขาอธิบายว่าความดิบและความแปลกแยกของเกมสอดคล้องกับแรงผลักดันที่เขาใช้สร้างสรรค์งานดนตรี ทำให้เขารู้สึกเชื่อมโยงกับ id Software และในเวลาต่อมาก็ได้กลายเป็นเพื่อนกับทีมงานจนได้รับเชิญให้มาร่วมทำดนตรีและเสียงประกอบของ Quake
Reznor ยังบอกด้วยว่าเขาภูมิใจอย่างยิ่งกับงานที่ทำไว้กับเกมนี้ และมองว่ามันยังคงยืนระยะได้ดีแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี มุมมองดังกล่าวช่วยตอกย้ำสถานะของ Quake ในฐานะเกมที่ไม่ใช่แค่ประสบความสำเร็จด้านการเล่น แต่ยังมีอิทธิพลด้านศิลปะ เสียง และบรรยากาศที่ช่วยกำหนดภาพจำของเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งในยุค 90
นอกจากการพูดคุยเชิงประวัติศาสตร์แล้ว งานครบรอบครั้งนี้ยังต่อยอดไปสู่สินค้าลิขสิทธิ์ธีม Quake จาก Nine Inch Nails เช่น กล่องกระสุน เสื้อยืด พวงกุญแจ ฮู้ดดี้ และการนำอัลบั้มเพลงประกอบกลับมาจำหน่ายบนแผ่นไวนิล แม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่ก็สะท้อนว่ากระแสความทรงจำต่อเกมและซาวด์แทร็กยังคงมีแรงดึงดูดต่อแฟน ๆ รุ่นเดิมและคนรุ่นใหม่


