สหรัฐฯ ลดมาตรฐานประหยัดน้ำมันรถยนต์กลับสู่ระดับปี 2014
กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ออกกฎใหม่ปรับลดมาตรฐาน Corporate Average Fuel Economy (CAFE) ลงอย่างมาก โดยเป้าหมายล่าสุดกำหนดให้ถึงเพียง 34.9 ไมล์ต่อแกลลอนในปีโมเดล 2031 ซึ่งเทียบได้กับระดับมาตรฐานที่ถอยหลังไป…

กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ออกกฎใหม่ปรับลดมาตรฐาน Corporate Average Fuel Economy (CAFE) ลงอย่างมาก โดยเป้าหมายล่าสุดกำหนดให้ถึงเพียง 34.9 ไมล์ต่อแกลลอนในปีโมเดล 2031 ซึ่งเทียบได้กับระดับมาตรฐานที่ถอยหลังไปไกลกว่าหนึ่งทศวรรษ และต่ำกว่าหลักเกณฑ์ที่ใช้ในช่วงก่อนหน้านี้ด้วย
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการยกเลิกแนวทางที่รัฐบาลไบเดนวางไว้ ซึ่งแม้จะเพิ่มมาตรฐานแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็มีเป้าหมายกดดันให้ค่ายรถขายรถไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดมากขึ้น รวมถึงผลักดันให้ผู้ผลิตลงทุนกับเทคโนโลยียานยนต์ที่ปล่อยมลพิษน้อยกว่าเดิม
สาระสำคัญของกฎใหม่คือการลดบทบาทของ “เครดิต” ด้านการปล่อยมลพิษ ซึ่งเคยช่วยให้ผู้ผลิตปรับตัวผ่านการนับผลงานของรถที่สะอาดขึ้น โดยทางการสหรัฐฯ ระบุว่าระบบดังกล่าวทำให้บริษัทรถยนต์ไม่หันไปลงทุนในเครื่องยนต์ที่ประหยัดเชื้อเพลิงมากพอ และจะยุติการใช้เครดิตเหล่านี้ตั้งแต่ปีโมเดล 2028 เป็นต้นไป
อีกประเด็นสำคัญคือ รถไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดจะไม่ถูกนับรวมในค่าเฉลี่ยของฝูงรถอีกต่อไป ภายใต้กฎเดิม รถประเภทนี้สามารถทำค่าประหยัดเชื้อเพลิงเสมือนสูงมากจนช่วยดันภาพรวมของค่ายรถได้ แต่เมื่อถูกตัดออกไป ก็อาจทำให้ผู้ผลิตบางรายต้องทบทวนแผนผลิตรถ EV และ PHEV ของตน
บทความชี้ว่ามาตรการนี้อาจทำให้บางค่ายลดหรือยุติการทำตลาดรถไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดในบางรุ่นได้ เพราะแรงจูงใจเชิงกฎระเบียบลดลงอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็สะท้อนแนวทางของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการผ่อนคลายข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมและความประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
โดยรวมแล้ว การปรับกฎครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวเลขเป้าหมาย แต่เป็นการเปลี่ยนทิศทางนโยบายอุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐฯ ครั้งใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการแข่งขันด้านรถไฟฟ้า แผนการลงทุนของค่ายรถ และความเร็วของการลดการปล่อยคาร์บอนในตลาดรถยนต์รายใหญ่ของโลก


