Uber ชี้ทิศทางใหม่ ดันโรโบแท็กซีและ AI แต่ไม่อยากเป็นแอปที่ทำทุกอย่าง
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Uber, Sachin Kansal ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางผลิตภัณฑ์ของบริษัทในช่วงที่ Uber กำลังขยายจากบริการเรียกรถไปสู่บริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการเงินมากขึ้น โดยย้ำว่า…

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Uber, Sachin Kansal ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางผลิตภัณฑ์ของบริษัทในช่วงที่ Uber กำลังขยายจากบริการเรียกรถไปสู่บริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการเงินมากขึ้น โดยย้ำว่าบริษัทไม่ได้ต้องการกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ “ทำทุกอย่างให้ทุกคน” แต่จะเลือกขยายไปยังหมวดหมู่ที่เชื่อมกับจุดแข็งหลักของตัวเองอย่างชัดเจน
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือความทะเยอทะยานด้านบริการทางการเงินและธุรกิจเสริมที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง เช่น การจองโรงแรมหรือบริการที่ทำให้การเดินทางครบวงจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม Kansal สะท้อนว่าการขยายเหล่านี้ต้องไม่ทำให้ประสบการณ์หลักของผู้โดยสารและคนขับซับซ้อนเกินไป หรือเบี่ยงเบนจากสิ่งที่ Uber ทำได้ดีที่สุด นั่นคือการเชื่อมต่อคนกับการเดินทางอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
อีกแกนหนึ่งคือความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนขึ้นกับ Waymo หลังรถไร้คนขับเริ่มมีบทบาทในตลาดมากขึ้น Uber ต้องรับมือทั้งในฐานะพันธมิตรและคู่แข่งทางอ้อมในระบบนิเวศของรถอัตโนมัติ Kansal อธิบายว่าบริษัทกำลังวางตำแหน่งตัวเองให้พร้อมสำหรับยุคของโรโบแท็กซี โดยพยายามใช้เครือข่ายผู้ขับขี่ ข้อมูลการเดินทาง และแพลตฟอร์มเดิมเป็นข้อได้เปรียบ แม้ภูมิทัศน์การแข่งขันจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
บทสัมภาษณ์ยังพูดถึง AV Labs ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านข้อมูลของ Uber สำหรับรถอัตโนมัติ โดยมีเป้าหมายเก็บและจัดการข้อมูลที่จำเป็นต่อการพัฒนาและปฏิบัติการของระบบขับขี่อัตโนมัติในอนาคต แนวทางนี้สะท้อนว่าบริษัทไม่ได้มองตัวเองแค่ในฐานะแอปเรียกรถ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่อาจมีบทบาทสำคัญในตลาดยานยนต์อัตโนมัติ
ในด้าน AI Kansal ระบุว่าการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ใน Uber เริ่มปรากฏในรูปแบบที่ผู้ใช้และคนขับสัมผัสได้จริง มากกว่าจะเป็นฟีเจอร์เชิงโฆษณา เช่น การช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานดีขึ้น เบื้องหลังมีการจัดการงานที่ซับซ้อนขึ้นอัตโนมัติ และช่วยให้แพลตฟอร์มทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในฝั่งผู้โดยสาร คนขับ และการดำเนินงานของบริษัท
ภาพรวมของบทสนทนาชี้ว่า Uber กำลังพยายามหาสมดุลระหว่างการขยายธุรกิจใหม่กับการรักษาเอกลักษณ์เดิมของบริษัท โดยเลือกลงทุนในโอกาสที่เชื่อมโยงกับการเดินทาง อัตโนมัติ และข้อมูล มากกว่าการกระโดดเข้าไปในทุกตลาดที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ดิจิทัล ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์เติบโตที่ระมัดระวังแต่มีความทะเยอทะยานในระยะยาว


